
ดอส คอมแบค นาโน นวัตกรรมเจาะเพื่อนบ้าน
เทคโนโลยีนาโน นวัตกรรมที่เกิดจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี
โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง
เทคโนโลยีนาโน นวัตกรรมที่เกิดจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี จากคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างออกไปทำให้วัสดุที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวแตกต่างจากวัสดุแบบเดิม ด้วยสามารถนำไปใช้ประโยชน์มากขึ้น อย่างการคิดค้นภายใต้เทคโนโลยี ดอส คอมแบค นาโน (DOS COMBAC Nano) อีกหนึ่งเทคโนโลยีหนึ่งที่ใช้ผลิตถังเก็บน้ำ “ดอส” ให้มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งแบคทีเรีย จากเทคโนโลยีอนุภาคโลหะเงินนาโน ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ทำให้ ดอส (DOS) แตกต่างจากสินค้าเดียวกันทั่วไป
ฐานวัฒน์ พรหมวิสุทธิพล ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท ธรรมสรณ์ เปิดเผยว่า เทคโนโลยี ดอส คอมแบค นาโน (DOS COMBAC Nano) ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เป็นนวัตกรรมที่บริษัทพัฒนาร่วมกับ หน่วยปฏิบัติการวิจัยอุปกรณ์รับรู้ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคณะ ศ.สนอง เอกสิทธิ์ พัฒนาและวิจัยร่วมกันมากกว่า 5 ปี ซึ่งรับทุนวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
ขณะที่จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ถังเก็บน้ำพลาสติกโพลีเอทีลีน โพลีเมอร์ ที่มีคุณสมบัติเพิ่มขึ้นมากกว่าถังแบบเดิมที่ไม่เพียงใส่น้ำได้แต่ยังใส่ใจด้านความแข็งแรง ทนทาน ปลอดภัย รวมถึงเอกลักษณ์ด้านลวดลายและการออกแบบที่ไม่ใช่แค่ถังเก็บน้ำแต่สามารถเป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านได้อีกด้วย ซึ่งบริษัทเป็นผู้ผลิตถังเก็บน้ำรายแรกที่ใส่ลวดลายลงบนพื้นผิวของตัวถังภายนอก
ที่สำคัญที่สุดด้วยนวัตกรรมนาโนผสมกับอนุภาคพื้นผิวของตัวถัง ที่ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ที่อาจปนเปื้อนมากับน้ำ นอกจากนี้ ยังเพิ่มนวัตกรรมในการป้องกันรังสียูวี ซึ่งหากแสงสามารถผ่านเข้าไปในตัวถังได้นั้น จะทำให้ตะไคร่น้ำ เจริญเติบโตได้ดี โดยตัวถังของ ดอส ได้พัฒนาสูตรการผลิตพิเศษให้มี ความทึบแสง 100% จึงไม่เป็นตะไคร่น้ำ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมสินค้าตัวถังน้ำที่ไม่เหมือนใคร
จากการออกแบบถังเก็บน้ำที่แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน และตอบโจทย์ชีวิตคนในเมืองมากขึ้น ดอส รุ่น วอเตอร์ แพค (WATER PAC) ยังได้รับรางวัล ดีไซน์ อวอร์ด หรือ ดีมาร์ค (D Mark) 2015 ในประเทศไทย และ กู้ด ดีไซน์ อะวอร์ด หรือ จีมาร์ค (G Mark) 2015 ประเทศญี่ปุ่น รางวัลประเภทอุปกรณ์สาธารณะและสิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์
ขณะเดียวกัน สินค้าของดอสยังเป็นที่นิยมในประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มอาเซียน โดยส่งออกไปยังประเทศลาว เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม และมาเลเซีย รวมทั้งได้ขยายไปตั้งโรงงานที่ จาการต้า ประเทศอินโดนีเซีย ที่ได้เปิดดำเนินกิจการในปี 2558 ซึ่งการเข้าตลาดอาเซียนในแต่ละพื้นที่ จะมีความแตกต่างกัน เช่น ในอินโดนีเซียเป็นตลาดใหญ่ การออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกของตัวถังจะเป็นลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากประเทศอื่น ซึ่งกลุ่มผู้ใช้อินโดนีเซียนิยมตัวถังแบบเรียบๆ
สำหรับตลาดเมียนมา เป็นตลาดที่มีผู้แข่งขันในธุรกิจเดียวกันจำนวนน้อย ทำให้มีโอกาสทางธุรกิจสูง ซึ่งบริษัทมีแผนขยายฐานการผลิตเพิ่มขึ้นไปยัง เมืองย่างกุ้ง ภายในปี 2560 ส่วนตลาดลาวได้ส่งออกผ่านตัวแทนจำหน่ายของไทยและลาว เช่นเดียวกับกัมพูชา และเวียดนาม ที่ส่งออกผ่านตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โดยแบ่งสัดส่วนการทำตลาดออกเป็น 90% ตลาดในประเทศ และ 10% เป็นตลาดต่างประเทศ ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นการส่งออกไปยังประเทศในอาเซียน
ขณะที่ กลุ่มลูกค้าที่ใช้สินค้านาโนเทคโนโลยีในประเทศ เป็นกลุ่มลูกค้าระดับบีบวกขึ้นไป ส่วนกลุ่มลูกค้าต่างประเทศเป็นกลุ่มลูกค้าระดับบน ที่เน้นคุณภาพ ความปลอดภัย และนวัตกรรมของสินค้าเป็นหลัก
ฐานวัฒน์ เสริมว่า จากการใช้เทคโนโลยีนาโนในสินค้าดังกล่าว ยังทำให้อายุของถังเก็บน้ำใช้งานได้ถึง 25 ปี ต่างจากตัวถังในตลาดที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 20 ปี ซึ่งเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ ที่ ดอส (DOS) สร้างสรรค์ขึ้นนั้นมี 3 สิ่งที่บริษัทยึดเป็นแนวทางในการพัฒนา ได้แก่ 1.การใช้นวัตกรรมนำสินค้า (Innovation) 2.เน้นเทคโนโลยีสีเขียว (Green Technology) และ 3.สินค้าสามารถแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้ (Solution Provider)
ทั้งนี้ สมาคมนาโนเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ยังได้มอบฉลากนาโน แก่ เทคโนโลยี ดอส คอมแบค นาโน (DOS COMBAC Nano) เพื่อยืนยันคุณสมบัติเทคโนโลยีนาโนในนวัตกรรมที่ใช้ได้จริง และมีคุณภาพในการยับยั้งแบคทีเรียจริง
จากแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และแผนธุรกิจที่วางไว้ ทำให้บริษัทได้กลายเป็นผู้นำการผลิตถังเก็บน้ำอันดับ 1 ในประเทศ พร้อมยอดขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 20-30% ในปีที่ผ่านมา







