
กูรูเตือน 56 ชาติรับมือ สังคมสูงวัยโลกปี 2030
อดีตประชากรศาสตร์ยูเอ็นเตือน หลังชาวโลกมีอายุมากขึ้นแต่เกิดน้อยลง แนะรับมือระบบบำนาญ
อดีตประชากรศาสตร์ยูเอ็นเตือน หลังชาวโลกมีอายุมากขึ้นแต่เกิดน้อยลง แนะรับมือระบบบำนาญ
โจเซฟ คามี ที่ปรึกษาด้านลักษณะทางประชากรศาสตร์อิสระ และอดีตผู้อำนวยการของส่วนประชากรแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นพีดี) เปิดเผยว่า 56 ชาติทั่วโลก จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุหรือมีสัดส่วนประชากรอายุมากกว่า 65 ปี มากกว่าเยาวชนอายุน้อยกว่า 15 ปี ภายในปี 2030 หลังอัตราการเกิดปรับตัวลดลงและประชากรมีอายุยืนยาวมากขึ้น โดยค่าเฉลี่ยสัดส่วนสตรีและเด็กเกิดใหม่ปรับตัวลงจาก 1 ต่อ 5 คน ในปี 1965 เหลือราว 1/2.5 คนในปัจจุบัน
ทั้งนี้ 56 ชาติทั่วโลกหมายรวมถึงไทย ซึ่งคาดจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุภายในปี 2025 เช่นเดียวกับสหรัฐ อังกฤษ เกาหลีใต้ และประเทศอื่นๆ อีก 8 ชาติ ขณะที่จีนและประเทศอื่นๆ อีก 13 ชาติ จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุภายในปี 2030 นอกจากนี้ยังหมายรวมถึงอิตาลีที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นชาติแรกในปี 1995
คามี ระบุว่า สังคมผู้สูงอายุนับเป็นความท้าทายของรัฐบาลทั่วโลกในการจัดการกับระบบบำนาญ โดยเมื่อผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้น จำเป็นต้องใช้เงินบำนาญมากขึ้นตามไปด้วย ขณะที่แรงงานที่จะสร้างเงินทุนสำหรับบำนาญกลับลดลง เช่น อิตาลีที่มีแรงงาน 3 คน/ผู้เกษียณ 1 คน เทียบกับหลายทศวรรษก่อนที่แรงงาน 10 คน/ผู้เกษียณ 1 คน
ด้าน อดีตผู้อำนวยการยูเอ็นพีดี กล่าวว่า รัฐบาลมีทางเลือกหลายทางในการจัดการระบบบำนาญ เช่น ปรับขึ้นภาษี ใช้การคลังเข้าช่วย ลดผลประโยชน์บำนาญ เป็นต้น ซึ่งมาตรการเหล่านี้มีแนวโน้มจะเผชิญกับการต่อต้านจากสาธารณชน







