
โอบามาย้ายนักโทษจากกวนตานาโม ไปยูเออี
สหรัฐอเมริกาเตรียมย้ายนักโทษ 15 คนออกจากคุกกวนตานาโม ตามนโยบายของประธานาธิบดี บารัค โอบามา
สหรัฐอเมริกาเตรียมย้ายนักโทษ 15 คนออกจากคุกกวนตานาโม ตามนโยบายของประธานาธิบดี บารัค โอบามา
ทางการสหรัฐอเมริการายงานเตรียมย้ายนักโทษจำนวน 15 คนที่ถูกคุมขังในคุกกวนตานาโม ที่คิวบา ไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ภายใต้นโยบายของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่ต้องการปิดคุกแห่งนี้ ก่อนที่เขาจะหมดวาระการเป็นประธานาธิบดีในต้นปีหน้า
รายงานจากเพนตากอนระบุว่า ในจำนวนนักโทษทั้ง 15 คนนี้ เป็นชาวเยเมน 12 คน และชาวอัฟกานิสถานอีก 3 คน ซึ่งจะทำให้คุกกวนตานาโมแห่งนี้เหลือนักโทษเพียง 61 คน โดยในแถลงการณ์ระบุว่า สหรัฐอเมริกาขอขอบคุณความมีมนุษยธรรม และการสนับสนุนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ช่วยให้สหรัฐดำเนินการปิดคุกแห่งนี้ตามเป้าหมาย
ในความเป็นจริงแล้วทำเนียบขาวต้องการที่จะย้ายนักโทษทั้งหมด และปิดคุกแห่งนี้ แต่ข้อเรียกร้องนี้ถูกค้านโดยสภาคองเกรส
คุกแห่งนี้ถูกก่อตั้งขึ้นในสมัยของประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช หลังเกิดเหตุโจมตีสหรัฐอเมริกา หรือที่เรียกว่า 9/11 เมื่อปี 2544 งบประมาณในแต่ละปีที่ถูกใช้ในการบริหารประมาณการณ์อยู่ที่ 445 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 15,000 ล้านบาท
คุกกวนตานาโมได้ชื่อเรื่องความโหดร้ายและเป็นสัญลักษณ์ของความตกต่ำสุดขีดด้านมนุษยธรรมของสหรัฐอเมริกา โดยโทษทั้งหมดในคุกนี้ไม่มีสิทธิในการยื่นอุทรณ์หรือพิจารณาคดี และที่โหดร้ายก็คือ นักโทษในนี้จะถูกคุมขังตลอดไป แบบไม่มีกำหนด และยังมีรายงานเรื่องการทรมาณนักโทษในหลากหลายวิธี เมื่อปี 2555 องค์กรนิรโทษกรรมสากล ได้ออกรายงานเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีคุกกวนตานาโมภายใต้ชื่อ กวนตานาโม: หนึ่งทศวรรษแห่งความเสื่อมของสิทธิมนุษยชน ภายในรายงานนั้น ระบุถึงความล้มเหลวในการปิดคุกกวนตานาโมของสหรัฐ ซึ่งขัดแย้งกับที่สหรัฐมักคาดหวังจะเห็นสิทธิมนุษยชนจากประเทศอื่นเสมอมา
ร็อบ ฟรีเออร์ จากองค์การนิรโทษกรรมสากล เคยกล่าวไว้ว่า กวนตานาโมเป็นสัญลักษณ์ของการไม่เคารพหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบของสหรัฐ เพื่อตอบโต้เหตุวินาศกรรม 11 กันยา หากประเทศอื่นเปิดคุกแบบกวนตานาโมบ้าง คงไม่ต้องสงสัยเลยว่า เรื่องแบบนี้จะต้องปรากฏอยู่ในรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนโลกประจำปีของกระทรวงต่างประเทศอย่างแน่นอน







