
โศกนาฏกรรมฝรั่งเศส โลกช็อก-ไทยผวาเที่ยวนอก
เหตุคนร้ายใช้รถบรรทุกพุ่งชนฝูงชนที่กำลังชมพลุบนถนนเลียบหาดที่เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส ในคืนวันชาติ
เหตุคนร้ายใช้รถบรรทุกพุ่งชนฝูงชนที่กำลังชมพลุบนถนนเลียบหาดที่เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส ในคืนวันชาติ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึงกว่า 84 คน และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก นับเป็นเหตุก่อการร้ายที่สะเทือนขวัญแดนน้ำหอมเป็นครั้งที่ 3 ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี
ฝรั่งเศสเผชิญเหตุระทึกขวัญตั้งแต่การบุกกราดยิง 12 ศพ ในสำนักงานหนังสือพิมพ์ชาร์ลี เอ็บโด เมื่อเดือน ม.ค. 2558 ทว่าเหตุโจมตีที่เขย่าขวัญประชาชนไปทั่วโลกและยังสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจตามมา คือเหตุวินาศกรรม 6 จุด กลางกรุงปารีส เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2558 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 130 คน
ภาคการท่องเที่ยวซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมทำเงินหลักตกอยู่ในภาวะซบเซาหนัก เนื่องจากความหวาดกลัวต่อการก่อการร้ายอย่างเป็นระบบจากกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4 ปี 2558 ของฝรั่งเศส ขยายตัวเพียง 0.2% เท่านั้น โดยในจำนวนนี้เป็นการบริโภคภาคเอกชนหดตัวติดลบครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาส อยู่ที่ ลบ 0.3%
ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุวินาศกรรมกลางกรุงปารีสเมื่อปลายปี 2558 ก็ยังคงเกิดการโจมตีขึ้นในอีกหลายประเทศ ซึ่งไม่ได้จำกัดวงเพียงที่ยุโรปและสหรัฐเท่านั้น แต่ยังขยายวงไปในอินโดนีเซีย ตุรกี บังกลาเทศ และอิรัก ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมหลายร้อยคน ขณะที่หนังสือพิมพ์ซิดนีย์ มอร์นิ่ง เฮอร์รัลด์ ระบุว่า การก่อการร้ายเริ่มกลายเป็นภาวะที่เกิดขึ้นบ่อยจนแทบเป็นปกติ หรือ "นิว นอร์มอล" สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกไปแล้ว
ขณะที่ผลกระทบที่เกิดกับเมืองไทยในธุรกิจที่อ่อนไหวต่อภัยก่อการร้าย เช่น อุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยในส่วนของคนไทยไปต่างประเทศหรือเอาต์บาวด์ ศุภฤกษ์ ศูรางกูร นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าจะกระทบด้านจิตวิทยาคนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวยุโรประยะสั้น 3-6 เดือน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เมืองนีซเป็นการขับรถพุ่งชนฝูงชน ซึ่งไม่กระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว อีกทั้งเส้นทางที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวเป็นคนละพื้นที่กับจุดเกิดเหตุ เพราะส่วนใหญ่นิยมเดินทางไปกรุงปารีสมากกว่า
"ปัจจุบันภัยก่อการร้ายสามารถเกิดได้ทั่วทุกแห่งของโลก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เริ่มชินชากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีความเข้าใจมากขึ้นว่าเกิดเหตุเฉพาะจุด จึงเชื่อว่าจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว แต่ยอมรับว่าในความเคยชินมีความกังวลใจเกิดขึ้นตามมาด้วย" ศุภฤกษ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้รับรายงานจากสมาชิกว่านักท่องเที่ยวคนไทยยกเลิกการเดินทางไปท่องเที่ยวในทันที แต่ได้จับตากลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางเพื่อรางวัล (อินเซ็นทีฟ) อย่างใกล้ชิด เพราะกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะยกเลิกการเดินทางในทันทีหากรู้สึกไม่เชื่อมั่นด้านความปลอดภัย
ส่วนการจัดงานเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก ครั้งที่ 19 ที่จะมีถึงวันที่ 17 ก.ค. คงไม่กระทบ เพราะขายทัวร์หลากหลายทั้งไทยและทั่วโลก อีกทั้งคนที่มาซื้อทัวร์ยุโรปไม่ได้ซื้อวันนี้เพื่อไปสัปดาห์หน้า แต่อาจไปปลายปี หรือ เม.ย. 2560 ซึ่งถึงเวลานั้นเหตุการณ์ก็จบไปนานแล้ว และเหตุที่เกิดคงไม่ได้มีผลทำให้ราคาทัวร์ลดลงอีก ส่วนฝั่งคนยุโรปเที่ยวไทยก็คงไม่ได้โตมากขึ้นอย่างชัดเจน เพราะยุโรปเองก็ยังมีปัญหาเศรษฐกิจอยู่
กฤชณัฐ มีสำราญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัน สไมล์ ฮอลิเดย์ส แอนด์ แทรเวล กล่าวว่า กรณีฝรั่งเศสคงยังไม่มีผลกระทบกับการขายทัวร์แบบทันที เพราะเพิ่งเกิดเหตุไม่นาน ต้องรอดูการสรุปเหตุที่ชัดเจนก่อนจึงประเมินได้ อีกทั้งเมืองนีซไม่ใช่จุดหมายที่คนไทยไปเที่ยว
ด้านนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาไทย มิ่งขวัญ เมธเมาลี อุปนายกด้านการตลาด สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า เชื่อผลกระทบดังกล่าวจะเป็นปัจจัยให้นักท่องเที่ยวฝรั่งเศสวางแผนเดินทางออกนอกประเทศเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย เหตุก่อการร้ายที่มีแนวโน้มและความรุนแรงสูงขึ้น
ทั้งนี้ ประเทศไทยจะเป็นจุดหมายปลายทางให้นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสวางแผนเดินทางท่องเที่ยวพำนักระยะยาว (ลองสเตย์) เพราะมีความคุ้มค่าเงิน ซึ่งเชื่อช่วงครึ่งปีหลังตลาดฝรั่งเศสจะเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 20-30% จากเป้าหมายที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งเป้าปีนี้ 7.05 แสนคน สร้างรายได้ 4.9 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ประเทศไทยได้เปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวและความชื่นชอบของคนฝรั่งเศส
"ประชากรเมืองนีซหรือเมืองคานส์เป็นกลุ่มคนรวยที่มีกำลังซื้อสูง เมื่อรู้สึกว่าอยู่ในประเทศตัวเองไม่ปลอดภัยก็จะวางแผนเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อเป็นการพักผ่อนคลายความเครียด" มิ่งขวัญ กล่าว
ดังนั้น ประเทศไทยต้องประชาสัมพันธ์ถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ขณะที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวต้องปรับแผนจัดทำเส้นทางแพ็กเกจทัวร์ท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจและความต้องการของนักท่องเที่ยว
ด้าน เชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า เหตุที่เกิดในฝรั่งเศสไม่มีประเด็นที่น่ากังวลต่อเศรษฐกิจไทยมากนัก ขณะที่ เกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ยังเร็วไปที่จะคาดการณ์ผลกระทบ เพราะยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่ากรณีที่เกิดขึ้นเชื่อมโยงกับเหตุการณ์อื่นหรือไม่ หากไม่มีการเชื่อมโยงผลกระทบจะไม่มากหรือรุนแรง แต่หากเชื่อมโยงกับเหตุการณ์อื่นๆ เหมือนกระบวนการก่อการร้ายจริงผลจะต่างออกไป







