
กองทัพตุรกีก่อรัฐประหาร
กองทัพประกาศยึดอำนาจ คุมเมืองหลวงอังการาได้สำเร็จแล้ว ประธานาธิบดียังไม่ยอมแพ้ สั่งบัญชาการจากเมืองอิสตันบูล ลั่นไม่ยอมเจรจาพวกกบฎ
กองทัพประกาศยึดอำนาจ คุมเมืองหลวงอังการาได้สำเร็จแล้ว ประธานาธิบดียังไม่ยอมแพ้ สั่งบัญชาการจากเมืองอิสตันบูล ลั่นไม่ยอมเจรจาพวกกบฎ
กองทัพตุรกีได้เคลื่อนกำลังทหารและรถถังเข้าทำการรัฐประหารยึดอำนาจจากประธานาธิบดีเรเซป เตย์ยิป เออร์โดกัน ในกรุงอังการา เมื่อช่วงเช้ามืดวันของเสาร์ที่ 16 ก.ค. นี้ ขณะที่เออร์โดกันอยู่ระหว่างพักผ่อนที่เมืองตากอากาศริมชายฝั่งทะเล เป็นผลให้เมืองหลวงแห่งนี้ซึ่งเต็มไปด้วยรถถังและเสียงปืนยิงต่อสู้ ตกอยู่ในการควบคุมของกองทัพแล้ว นับเป็นการรัฐประหารยึดอำนาจครั้งแรกตั้งแต่ที่เออร์โดกันขึ้นเป็นผู้นำตุรกีมาอย่างยาวนานในปี 2013
อย่างไรก็ดี ผู้นำตุรกีได้ประกาศไม่ยอมแพ้ และบินไปยังเมืองรองอย่างนครอิสตันบูลเพื่อบัญชาการทันที โดยประกาศในการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ว่า การก่อเหตุครั้งนี้ถือว่าเป็นการก่อกบฎ จะไม่มีการเจรจาใดๆ กับกลุ่มกบฎที่จะต้องชดใช้อย่างสาสม พร้อมขอให้ประชาชนทุกฝ่ายออกมาลุกขึ้นสู้
รอยเตอร์สระบุว่า ภายในกรุงอังการาและนครอิสตันบูล ต่างเต็มไปด้วยเสียงปืนยิงต่อสู้และเสียงระเบิดดังเป็นระยะๆ ในหลายจุด โดยความจลาจลยังคงลากยาวต่อเนื่อง แต่ในช่วงเช้ามืดวันนี้ มีรายงานว่าทหารราว 30 นาย ยอมวางอาวุธแล้วระหว่างการต่อสู้กับตำรวจติดอาวุธบริเวณจตุรัสทักซิม ใจกลางนครอิสตันบูล ซึ่งเป็นเมืองฐานที่มั่นของประธานาธิบดีเออร์โดกัน
ทั้งนี้ หากการทำรัฐประหารโค่นล้มเออร์โดกันประสบความสำเร็จ จะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปีของประวัติศาสตร์ตะวันออกกลาง เนื่องจากตุรกีเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่เหนียวแน่นของสหรัฐในภูมิภาคนี้ในการทำสงครามต่อต้านการก่อการร้ายในซีเรียและอิรัก แต่หากรัฐประหารล้มเหลวก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางการเมืองที่ยืดเยื้อและบั่นทอนเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศ
ด้าน ประธานาธิบดีบารัค โอบามาแห่งสหรัฐ ได้ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในตุรกีสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และใช้ความอดทนอดกลั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรงหรือการนองเลือด ขณะที่ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้แนะนำให้ประชาชนชาวอเมริกันที่อยู่ในตุรกีนั้น อยู่แต่ในที่พัก และไม่ควรเดินทางไปยังสถานทูตหรือสถานกงสุลของสหรัฐ







