
ตร.สหรัฐใช้แก๊สน้ำตา-กระสุนยางสลายม็อบประท้วงปมผิวสี
ชาวมะกันเดินหน้าประท้วงตำรวจต่อเนื่อง ปิดถนน-ขว้างปาสิ่งของ ตำรวจสลายการชุมนุม-จับแกนนำ
ชาวมะกันเดินหน้าประท้วงตำรวจต่อเนื่อง ปิดถนน-ขว้างปาสิ่งของ ตำรวจสลายการชุมนุม-จับแกนนำ
การประท้วงการเลือกปฏิบัติต่อชาวผิวสีของสหรัฐยังคงดำเนินต่อเนื่องในหลายรัฐ เช่น หลุยเซียนา มินนิโซตา หรือแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีการปิดถนนจนการจราจรติดขัด และโคโลราโดที่กลุ่มผู้ประท้วงยืนยันจะยังคงนั่งประท้วงหน้าศาลากลางต่อไป รวมถึงการประท้วงอย่างต่อเนื่องในฟลอริดา นิวยอร์ก เพนซิลเวเนีย เป็นต้น และในบางพื้นที่มีความรุนแรงเกิดขึ้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองเซนต์พอล มินนิโซตา ใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางสลายการชุมนุม หลังกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงไม่พอใจเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเลือกปฏิบัติ ปิดถนนและขว้างปาหินและขวดน้ำ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจดัลลัสได้ตั้งสิ่งกีดขวางรอบสำนักงานใหญ่ตำรวจแห่งเมืองดัลลัส สถานที่เกิดเหตุซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจจนเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 ราย เมื่อวันที่ 8 ก.ค. พร้อมให้หน่วยสวาทประจำการ โดยพิธีไว้อาลัยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตต้องยกเลิกไป หลังพบผู้ต้องสงสัยอยู่ในลานจอดรถของสำนักงานใหญ่ดังกล่าวและมีการข่มขู่จะโจมตีสถานีตำรวจ ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบและไม่พบภัยคุกคามใดๆ
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ลอสแองเจลิสไทมส์ รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า ไมคาห์ ซาเวียร์ จอห์นสัน วัย 25 ปี ผู้ก่อเหตุซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองดัลลัส เคยต้องข้อหาคุกคามทางเพศสตรีขณะประจำการอยู่ในอัฟกานิสถานและถูกส่งตัวกลับสหรัฐในปี 2014 หลังประจำการในอัฟกานิสถานเป็นเวลา 8 เดือน ก่อนใช้เวลา 2 ปีต่อมาในการรวบรวมอาวุธ ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์ประกอบระเบิด ปืนพก 5 กระบอก และไรเฟิล SKS กึ่งอัตโนมัติ ที่ใช้ในการก่อเหตุ
เจ้าหน้าที่หลุยเซียนายืนยันจับกุม เดเรย์ แมคเคสซัน วัย 31 ปี แกนนำการประท้วงการเลือกปฏิบัติต่อชาวผิวสี ระหว่างการประท้วงในเมืองบาตันโร้ก โดยยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดในการจับกุมตัวแกนนำดังกล่าว อย่างไรก็ตาม มายาหลัว โฆษกประจำรัฐหลุยเซียนา ระบุว่า การจับกุมเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของประชาชน และการชุมนุมมีการปิดถนน
“พวกเราต้อนรับการประท้วง พวกเราอยากให้พวกเขาแสดงความเห็นออกมา นั่นเป็นสาเหตุที่เราทำ เพื่อที่จะรักษาความปลอดภัยและพวกเขาสามารถประท้วงต่อไปได้ พวกเราไม่จับกุมใครที่ประท้วงนอกถนน” หลัว กล่าว
ทั้งนี้ การประท้วงดังกล่าวปะทุขึ้นหลังจากเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยิงชาวผิวสีเสียชีวิต ซึ่งถูกมองเป็นการเลือกปฏิบัติและทำเกินกว่าเหตุ เช่น เหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจยิง ฟิแลนโด คาสติล ชายผิวสีเสียชีวิต ต่อหน้าคู่หมั้นและเด็กหญิงวัย 4 ขวบ ซึ่งมีการเผยแพร่ภาพผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ระหว่างเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้เกิดการประท้วงและเหตุการณ์รุนแรงตามมา
ภาพ...เอเอฟพี







