posttoday
ย้ำฐานผลิตอาเซียน

ย้ำฐานผลิตอาเซียน

07 กรกฎาคม 2559

แนะเอสเอ็มอีไทยเร่งปรับตัว ขยายตลาดชิงโอกาส

แนะเอสเอ็มอีไทยเร่งปรับตัว ขยายตลาดชิงโอกาส

ธุรกิจบัณฑิตย์ แนะเอสเอ็มอีไทย เร่งปรับตัวรับฐานผลิตอาเซียน ชี้ถ้าไม่ปรับ “ไม่ตาย แต่ไม่โต” ย้ำไทยเป็นฐานหลักอุตสาหกรรมรถยนต์

นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า กรณีที่บริษัทโตโยต้า ได้มีการลดพนักงานรับเหมาช่วงในประเทศไทยนั้น เป็นไปตามภาวะผลประกอบการของบริษัท และต้องปรับโครงสร้างการผลิตใหม่ รวมถึงมีผู้เล่นหน้าใหม่ค่ายผลิตรถยนต์จากประเทศอินเดีย และจีน เข้ามาในตลาด โดยการปรับโครงสร้างใหม่บริษัทได้มีการวางแผนล่วงหน้าธุรกิจระยะยาว 10 ปีข้างหน้า อีกทั้งเป็นการปรับตัวเพื่อให้การดำเนินกิจการของบริษัทเป็นไปอย่างคล่องตัวรับมือการแข่งขันที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ทิศทางของอุตสาหกรรมรับช่วงผลิตจากนี้ไป บริษัทต่างชาติทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องจักรกล อิเล็กทรอนิกส์ เกษตรแปรรูป อาหาร และเสื้อผ้า จะขยายการลงทุนไปในประเทศต่างๆ ทั่วโลกมากขึ้น เพื่อหาวัตถุดิบในการผลิตสินค้าที่เหมาะสม (โกลบอล ซัพพลาย เชน) แต่จะมีฐานบริษัทแม่อยู่ในไทย ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมแผนรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว รวมถึงบริษัทรับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) กลุ่มรับช่วงการผลิต ต้องปรับการผลิตใหม่ใช้เทคโนโลยีมาผลิตมากขึ้นและเพิ่มทักษะแรงงาน

“เอสเอ็มอีในอาเซียน ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ต่างอยู่ในช่วงขาขึ้นทั้งหมด ผู้ประกอบการต่างมีแนวคิดที่จะสร้างธุรกิจเพื่อเจาะตลาดโลก แต่เอสเอ็มอีไทยยังอยู่กับที่หรือปรับขึ้นเล็กน้อย ส่วนใหญ่เอสเอ็มอีไทยมุ่งทำตลาดแต่ในประเทศ บางส่วนทำธุรกิจแบบเดิม จึงเป็นเอสเอ็มอีที่ไม่ตาย แต่ไม่โต” นายเกียรติอนันต์ กล่าว

นายบุญเจริญ มโนบูรชัยเลิศ ประธานกรรมการ บริษัท ซี.ซี.เอส.แอดวานซ์ เทค ในฐานะอุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมรับช่วงการผลิตที่เกี่ยวข้องกับผู้ผลิตยานยนต์ ต่างได้รับผลกระทบจากตลาดในประเทศที่ชะลอตัวลง และยอดการส่งออกต่อเนื่องมาประมาณ 3 ปีแล้ว ซึ่งผู้ประกอบการทุกรายต่างมีการปรับตัว และลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตต่างๆ รวมถึงบางบริษัทปรับไปขยายการผลิตในอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมรับช่วงการผลิตในไทยมีมูลค่ามากกว่าแสนล้านบาท และมีแรงงานในระบบมากกว่าล้านคน อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยจะเป็นตลาดที่สำคัญและเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในโลกต่อไป เชื่อมั่นว่า เมื่อสถานการณ์ปรับตัวดีขึ้นแล้ว จะส่งผลให้อุตสาหกรรมรับช่วงการผลิตกลับมาเติบโตได้ตามปกติภายใน 1-2 ปีข้างหน้า

“ตลาดรถยนต์ไทยเกิดจากความต้องการเทียมในช่วงก่อนหน้านี้ เกิดการบิดเบือนกลไกตลาด ทำให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มการผลิตจำนวนมาก แต่ทั้งนี้ เมื่อตลาดกลับสู่ภาวะปกติแล้ว ทำให้ยอดการผลิตลดลง และกระทบต่อกลุ่มผู้รับช่วงการผลิตต่อเนื่องมา 3 ปีทุกราย ซึ่งต่างมีการปรับตัวต่อเนื่อง และรอในช่วงเวลาที่การผลิตจะกลับมาสู่ภาวะปกติในอีก 1-2 ปีข้างหน้า ซึ่งไทยจะเป็นฐานผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ในโลกต่อไป” นายบุญเจริญ กล่าว

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI