
รุ่นใหม่เจนวายไม่หวั่น หันช้อนซื้อรับ ‘เบร็กซิต’
การที่สหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ก่อให้เกิดความผันผวนในตลาดหุ้นอย่างรุนแรง
โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์
การที่สหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ก่อให้เกิดความผันผวนในตลาดหุ้นอย่างรุนแรง จนในช่วง 2 วันแรกที่เปิดตลาดหลงจากการทำประชามติในวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสูญมูลค่ามากถึง 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 105 ล้านล้านบาท) จากการเทขายหุ้นเพื่อหลบเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้หวั่นกลัวความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์ และเข้าไปซื้อหุ้นในช่วงที่เกิดความผันผวนดังกล่าว นั่นคือกลุ่มคนหนุ่มสาวยุค 2000 ที่มีอีกชื่อหนึ่งว่า “มิลเลนเนียลส์” หรือที่บางสำนักเรียกว่าเป็นกลุ่มคนรุ่นเจเนอเรชั่นวาย (Gen Y)
ซีเอ็นเอ็นมันนี่ เปิดเผยว่า กลุ่มวัยรุ่นตอนปลายจนถึงผู้ใหญ่ช่วงต้นเหล่านี้ เข้าซื้อหุ้นผ่านบริษัทโบรกเกอร์อย่าง ฟิเดลิตี ในวันที่ 24 มิ.ย. โดยมีอัตราเข้าซื้อมากกว่าขายถึง 270% หรือหมายความว่ามีการซื้อหุ้น 2.7 หุ้นต่อการขาย 1 ครั้ง ในขณะที่ดัชนีดาวโจนส์กำลังร่วงลงมากกว่า 600 จุด
ข้อมูลนักลงทุนเลือดใหม่ไฟแรงเหล่านี้ยังได้รับการตอกย้ำในทิศทางเดียวกันจากโรบินฮู้ด ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นซื้อขายหุ้นชื่อดังที่ได้รับความนิยมในหมู่คนหนุ่มสาวยุค 2000 และมีอายุเฉลี่ยผู้ใช้ที่ 28 ปี โดยพบว่าการเข้าซื้อหุ้นอยู่ที่อัตราส่วน 2.5 ครั้ง ต่อการขายหุ้น 1 ครั้ง ในการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ที่ 24 มิ.ย. และวันจันทร์ที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงต้นปีในวันที่ 11 ก.พ. นักลงทุนเลือดใหม่กลุ่มเจนวายก็เพิ่งเข้าไปซื้อหุ้นมากกว่าการขายถึง 220% หลังตลาดหุ้นร่วงลงอย่างแรงตามราคาน้ำมันที่หลุดลงไปแตะระดับ 26 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
ซีเอ็นเอ็นมันนี่ ระบุว่า กลุ่มคนยุค 2000 เป็นคนกลุ่มใหญ่ของลูกค้ากว่า 4 ล้านคนของฟิเดลิตี ที่เป็นฝ่าย “ซื้อ” ในขณะที่ตลาดหุ้นกำลังผันผวนอย่างรุนแรง เนื่องจากกลุ่มคนหนุ่มสาวเหล่านั้นมีเวลาที่จะเสี่ยงในการลงทุนมากกว่าประชากรจากยุคเบบี้บูมที่อายุราว 52-70 ปี
จุดเปลี่ยนเริ่มต้นเมื่อ 5 ปีก่อน
จอห์น สวีนี รองประธานบริหารสำหรับกลุ่มวัยเกษียณและกลยุทธ์การลงทุนของฟิเดลิตี เปิดเผยว่า นักลงทุนกลุ่มมิลเลนเนียลส์เป็นคนกลุ่มที่กล้าๆ กลัวๆ ในเรื่องการลงทุนมาก่อน แต่จากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 ทำให้คนกลุ่มนี้ได้เรียนรู้ประสบการณ์ว่าในวิกฤตการณ์ย่อมมีโอกาสให้ฉวยจังหวะเข้าไปซื้อของถูกได้ จึงเกิดแนวคิดที่จะเข้าช้อนซื้อขณะตลาดผันผวนและมีหุ้นที่รอขายจำนวนมาก
การเข้าซื้อหุ้นในช่วงตลาดผันผวนของกลุ่มคนหนุ่มสาวอาจเรียกได้ว่าเริ่มเกิดขึ้นจริงตั้งแต่ 5 ปีที่ผ่านมา โดยจุดเปลี่ยนนั้นอยู่หลังช่วงวันที่ 8 ส.ค. 2011 เมื่อสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดัง ตัดสินใจปรับลดอันดับเครดิตของสหรัฐจากอันดับสูงสุด AAA ท่ามกลางปัญหาหนี้สาธารณะพุ่งสูงหลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงลง 635 จุด หลังจากการลดอันดับเครดิตเพียงหนึ่งวัน โดยมีคนหนุ่มสาวเข้าไปซื้อหุ้นเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วน 120% เมื่อเทียบกับการขาย ถือเป็นจุดเริ่มต้นในสัดส่วนระดับเดียวกันกับนักลงทุนยุคลายครามอย่าง “เบบี้บูม” ในขณะที่กลุ่มเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ (Gen X) หรือคนช่วงอายุ 37-51 ปี กลับมีอัตราส่วนการเข้าซื้อที่น้อยกว่า
อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปในระยะยาวว่าทิศทางการกล้าเสี่ยงลงทุนของคนรุ่นใหม่เช่นนี้จะยืนระยะได้ยาวเพียงใด เพราะไม่ใช่คนรุ่นใหม่ทุกคนที่จะกล้าได้กล้าเสีย
ผลสำรวจความเห็นคนกลุ่มเจนวายในภาพรวม โดยบริษัทโบรกเกอร์ออนไลน์ แคปปิตอล วัน แชร์บิลเดอร์ เมื่อปีที่ผ่านมา พบว่า 93% ของคนกลุ่มนี้ยังรู้สึกไม่ไว้ใจที่จะลงทุนในตลาดทุนและการขาดความรู้ความเข้าใจในด้านนี้ ก็ส่งผลให้ความมั่นใจในการลงทุนลดลงเช่นกัน สอดคล้องกับผลสำรวจของสเตทสตรีท ที่พบว่านักลงทุนรุ่นใหม่ถือครองเงินสดในพอร์ตโฟลิโอถึง 40% แม้ว่าจะเป็นยุคดอกเบี้ยต่ำและยังเหลือช่วงอายุในการลงทุนก่อนเกษียณที่ยาวนานก็ตาม







