
หอฯชุมพรหนุนท่าเรือ เชื่อม BIMSTEC
โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือชุมพรเป็นความหวังของภาคเอกชน ในฐานะโอกาสของเส้นทางการค้าเชื่อมกลุ่มประเทศ BIMSTEC
โดย...อำนาจ ทองดี
โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือชุมพรเป็นความหวังของภาคเอกชน ในฐานะโอกาสของเส้นทางการค้าเชื่อมกลุ่มประเทศ BIMSTEC ประกอบด้วย เมียนมา บังกลาเทศ ศรีลังกา อินเดีย เนปาล และภูฏาน
กิตติ กิตติชนม์ธวัช ประธานหอการค้าชุมพร ยืนยันว่า สมาชิกหอการค้าจังหวัดชุมพรมีความเห็นสนับสนุนโครงการนี้มาโดยตลอด ตั้งแต่เริ่มแรกที่มีการศึกษาเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว แต่ข้อสรุปขั้นต้นจากการศึกษาโครงการ มีข้อมูลที่ไม่รอบด้าน เช่น ความคุ้มค่าของการลงทุน ผลกระทบต่อชุมชน ซึ่งความเป็นจริงหากพิจารณาให้ดี ความคุ้มค่าของการลงทุนมีหลายด้านมากที่ยังไม่มีการศึกษาและหาข้อสรุป
“นี่คือยุทธศาสตร์เชื่อมฝั่งทะเลชุมพร-ระนอง สินค้ากลุ่มประเทศ BIMSTEC สามารถเข้าทางท่าเรือระนอง แปรรูปและส่งออกทางท่าเรือชุมพร ซึ่งในข้อเท็จจริงสินค้าหลายชนิดมีการขนส่งผ่านเส้นทางนี้อยู่แล้วปีหนึ่งๆ ในปริมาณที่สูงมาก นอกจากนี้การก่อสร้างท่าเทียบเรือยังจะชะลอความเสียหายของถนนสาย 4 และประหยัดค่าขนส่งจากท่าเรือชุมพรถึงท่าเรือแหลมฉบังประมาณ 2.5 หมื่นบาท/1 ตู้คอนเทนเนอร์ ทำให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ปีละประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท”
โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือชุมพร กรมเจ้าท่าได้สรุปเลือกจุดศึกษาพื้นที่เหมาะสมแล้วคือที่แหลมคอกวาง ต.นาทุ่ง อ.เมือง จ.ชุมพร ส่วนขั้นตอนจากนี้ไปจะเป็นการศึกษาพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ เช่น ขนาดท่าเรือ เส้นทางการขนส่ง แนวทางการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ ซึ่งต้องจัดประชุมระดับพื้นที่ 7 ครั้ง ระดับประเทศ 1 ครั้ง จากนั้นจะเป็นขั้นตอนจัดทำร่างการศึกษาออกแบบท่าเรือ ร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ ซึ่งต้องประชุมระดับพื้นที่ 10 ครั้ง ระดับประเทศ 2 ครั้ง
จากนั้นจะเป็นการเสนอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นอีก 9 ครั้ง ก่อนเสนอให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. และ ครม.พิจารณา ถ้า สผ.มีข้อเสนอแนะให้ศึกษาเพิ่มเติมเรื่องใดก็จะมาศึกษาเพิ่มเติม แก้ไขรายงาน จัดประชุมระดับจังหวัดอีก 3 ครั้ง แต่ถ้า สผ.ผ่าน ครม.ผ่าน ก็จะนำไปสู่การจัดทำรายการประกอบแบบเอกสารประกวดราคา ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของการก่อสร้างท่าเทียบเรือ โดยในขั้นต้นคาดว่าต้องใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 3,000 ล้านบาท
ท่าเทียบเรือชุมพรน่าจะเป็นท่าเรือขนาดกลางใกล้เคียงกับท่าเรือ จ.สงขลา มีความยาวประมาณ 2-300 เมตร มีลานวางตู้คอนเทนเนอร์ประมาณ 200 ไร่ มีเรือเทียบท่าวันละ 2-3 ลำ มีการจ้างงานประมาณ 100 ตำแหน่ง สินค้าหลักที่มีการขนส่งเป็นสินค้าทางการเกษตร ได้แก่ ยางพารา ทุเรียน สับปะรดแปรรูป มังคุด และน้ำมันปาล์ม ที่ส่งมาจาก 5 จังหวัดหลัก คือ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช จะเป็นท่าเรือฝั่งอ่าวไทยตอนกลางที่จะเชื่อมกับท่าเรือคลองเตยและแหลมฉบัง นอกจากนี้จะเป็นท่าเรือเชื่อมไปสู่ทะเลอันดามัน ที่ จ.ระนอง อีกด้วย







