posttoday
สับสนๆๆๆๆ

สับสนๆๆๆๆ

10 สิงหาคม 2553

ได้อ่านหนังสือของ นายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ร่างไปถึงประธานสมัชชาสหประชาชาติแล้ว ก็รู้สึกแปลก เพราะในหนังสือที่ว่านั้น ฮุนเซน ยกเอาคำพูดของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพียงน้อยนิด ขึ้นมาเป็นประเด็นใหญ่ ว่าไทยกำลังขู่จะใช้กำลังทหารกับกัมพูชา หากปัญหาเรื่องเขตแดนไม่จบไม่สิ้น

ได้อ่านหนังสือของ นายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ร่างไปถึงประธานสมัชชาสหประชาชาติแล้ว ก็รู้สึกแปลก เพราะในหนังสือที่ว่านั้น ฮุนเซน ยกเอาคำพูดของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพียงน้อยนิด ขึ้นมาเป็นประเด็นใหญ่ ว่าไทยกำลังขู่จะใช้กำลังทหารกับกัมพูชา หากปัญหาเรื่องเขตแดนไม่จบไม่สิ้น

โดย....ธนพล ไชยภาษี

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงฝ่ายฮุนเซน และบรรดาพลพรรคเจ้าหน้าที่รัฐบาลเขมรได้ออกปากขู่จะสู้ไทยไม่ยั้งมาเป็นสิบๆ ครั้งเห็นจะได้

เป็นพฤติกรรม พฤติกรรมของคณะผู้ปกครองเขมร และนายฮุนเซน ที่คนไทยคุ้นชินกันดี และเอียนกันมามากพอ

จะเห็นว่า เขมรใช้เกมรุกด้วยการวิ่งโร่ฟ้องตรงโน้น บอกคนนี้มาโดยตลอด ส่วนไทยก็ยึดมั่นในแต่เกมรับ และตามแก้เกมตลอดเช่นกัน

หนำซ้ำเอาแต่นั่งรับอย่างเดียวไม่พอ ปัญหานี้ยังถูกผูกเข้ากับประเด็นการเมืองภายใน จนตีกันเองนัวเนียอีกด้วย

ผมยอมรับตรงๆ ว่าสับสน และคนไทยอีกหลายๆ คนก็คงรู้สึกเหมือนๆ กันว่า อะไรกันนักกันหนา...!

ประเด็นแรก ในขณะที่ไทยบอกว่าสำเร็จ ที่คณะกรรมการมรดกโลกเลื่อนการพิจารณาแผนการพัฒนาปราสาทพระวิหารที่เขมรเสนอขึ้นออกไปได้อีก 1 ปี ซึ่งแผนพัฒนาดังกล่าวนั้นได้ผนวกเอาพื้นที่บางส่วนของพื้นที่ข้อพิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่กำลังเป็นปัญหาอยู่

แต่ขณะเดียวกัน เขมรก็อ้างว่าประสบความสำเร็จแล้ว ที่คณะกรรมการมรดกโลกแม้จะเลื่อนไปปีหน้า แต่ก็ได้รับว่าจะพิจารณาแผนพัฒนาดังกล่าวแล้ว ซึ่งเท่ากับว่า ยังไงเสียคณะกรรมการมรดกโลกก็ต้องรับแผนพัฒนาดังกล่าว ไม่ว่าจะเลื่อนออกไปอีก 1 ปีก็ตาม

สรุปแล้ว ไทย หรือ เขมร ที่สับสน...?

ประเด็นนี้ยังไม่ชัดเจน ก็ยังยกประเด็นเรื่อง หนังสือบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยเขมร ว่าด้วยการปักปันเขตแดน หรือที่เรียกกันว่า เอ็มโอยู ปี 2543 ซึ่งทำขึ้นสมัยอดีตรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ของประชาธิปัตย์ ขึ้นมาเป็นประเด็นวุ่นวายหนักขึ้นไปอีกว่าเอ็มโอยูฉบับนี้ ทำให้ไทยเสียดินแดนพิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตรไป

ส่วนฝ่ายที่เสียหายว่า สิ่งที่ทำให้ไทยเสียเปรียบเขมรนั้น ก็คือการทำทีโออาร์ 2546 หรือแผนการร่วม ในสมัยรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีมากกว่า

จะเอ็มโอยู หรือจะเอ็มโออาร์ ที่มานั่งเถียงกันอยู่นั้น เขมรคงไม่สนใจ เพราะการเดินแผนพัฒนาปราสาทพระวิหารที่ผนวกเอาพื้นที่บางส่วนของพื้นที่ข้อพิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตรนั้น เท่ากับว่าเขมรเพิกเฉยต่อการปักปันเขตแดนไปแล้ว

สิ่งที่เขมรสนใจมีเพียงอย่างเดียว คือ การผลักดันแผนพัฒนาปราสาทพระวิหารตามเกณฑ์การพัฒนามรดกโลกเท่านั้น

และหน้าที่เราก็คือ จะหยุดยั้งเขมรได้อย่างไร ไม่ใช่มัวแต่ฟัดกันเองแบบนี้...!

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI