posttoday
ธุรกิจเหล็กจีนติดกับดัก ขาดทุนยับ-หันกู้ธนาคารเงา

ธุรกิจเหล็กจีนติดกับดัก ขาดทุนยับ-หันกู้ธนาคารเงา

26 พฤษภาคม 2559

ก่อนหน้านี้ จีนได้พยายามอย่างหนักเพื่อลดกำลังการผลิตส่วนเกินในอุตสาหกรรมเหล็กและถ่านหิน

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ก่อนหน้านี้ จีนได้พยายามอย่างหนักเพื่อลดกำลังการผลิตส่วนเกินในอุตสาหกรรมเหล็กและถ่านหิน รวมถึงหยุดยั้งการดำเนินงานของบริษัทซอมบี้ หรือบริษัทที่ไม่สร้างผลกำไร เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ท่วมท่ามกลางการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ

อย่างไรก็ดี การดำเนินการดังกล่าวคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เนื่องจากบริษัทอุตสาหกรรมเหล็กและถ่านหินหลายแห่งซึ่งกำลังประสบปัญหาการขาดทุน หันไปกู้ยืมเงินจากธนาคารเงา ซึ่งคิดดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคารทั่วไป เพื่อให้บริษัทมีเงินทุนทำธุรกิจต่อ

รอยเตอร์สระบุว่า บริษัทจำนวนมากในมณฑลเหลียวหนิง ซึ่งเป็นแหล่งอุตสาหกรรมหนักสำคัญของจีนในทางตะวันออกเฉียงเหนือ กู้ยืมเงินมากกว่า 2,000% จากธนาคารเงาในช่วงไตรมาสแรกของปี 2016 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ ขณะที่ยอดการกู้เงินจากธนาคารเงาของมณฑลเหอเป่ย ซานซี จี่หลิน อันฮุย เหอหนาน เสฉวน และซานตง พุ่งขึ้นถึง 240% แตะ 2.49 แสนล้านหยวน (ราว 1.3 ล้านล้านบาท) เมื่อเทียบกับตัวเลขดังกล่าวทั่วประเทศที่เพิ่มขึ้นเพียง 30%

ด้านผู้อำนวยการบริษัทจัดการหลักทรัพย์รายหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์สว่า บริษัทในภูมิภาคที่เศรษฐกิจขยายตัว โดยเฉพาะในพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงการระดมเงินทุนจากการออกพันธบัตรรัฐบาล ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาธนาคารเงา ตรงข้ามกับบริษัทที่ตั้งอยู่ในมณฑลขนาดเล็กกว่าและยากจนกว่า

ทั้งนี้ ธนาคารเงาในจีนมีบทบาทมากขึ้นหลังเกิดวิกฤตการเงินทั่วโลกในปี 2008 ขณะที่จีนพยายามหาทางฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดย มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับเครดิตรายใหญ่ของโลก เปิดเผยว่า ในช่วงปี 2011-2013 ยอดสินเชื่อค้างชำระจากธนาคารเงา พุ่งขึ้นมากกว่า 50% แตะ 30 ล้านล้านหยวน (ราว 163 ล้านล้านบาท) ซึ่งทำให้รัฐบาลจีนเริ่มการกวาดล้างธนาคารเงาในปี 2014

ขณะเดียวกัน ธนาคารจีนหลายแห่งเริ่มหลีกเลี่ยงการปล่อยกู้ให้บริษัทอุตสาหกรรมหนัก รวมถึงรัฐวิสาหกิจจีน เนื่องจากมองเห็นความเสี่ยงในการดำเนินงาน ซึ่งทำให้รัฐบาลท้องถิ่นเกือบต้องเข้ามาช่วยเหลือรัฐวิสาหกิจดังกล่าวหลายครั้ง โดยรายงานระบุว่า รัฐวิสาหกิจหลายแห่งผิดนัดชำระหนี้มากยิ่งขึ้นในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา   

ธุรกิจเหล็กถ่านหินแย่ รัฐวิสาหกิจจีนกำไรร่วง

กระทรวงการคลังจีนเปิดเผยว่า ผลกำไรของรัฐวิสาหกิจจีนร่วงลง 8.4% อยู่ที่ 6.52 แสนล้านหยวน (ราว 3.5 ล้านล้านบาท) เมื่อเทียบรายปี ในเดือน ม.ค.-เม.ย. ปี 2016 ขณะที่รายได้ของรัฐวิสาหกิจจีนลดลง 1.7% แตะ 13.52 ล้านล้านหยวน (ราว 70 ล้านล้านบาท) 

ทั้งนี้ บริษัทถ่านหิน เหล็ก และโลหะนอกกลุ่มเหล็ก ประสบภาวะขาดทุนในช่วงเวลาดังกล่าว ด้านผลกำไรของบริษัทน้ำมัน เคมีภัณฑ์ และวัสดุก่อสร้างปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้านี้ ขณะที่ผลกำไรของธุรกิจด้านการคมนาคม ปิโตรเคมี และเภสัชภัณฑ์ ยังคงปรับตัวขึ้นสูง

อย่างไรก็ดี ผลกำไรจากรัฐวิสาหกิจส่วนกลางร่วงลง 6.6% ในช่วง 4 เดือนแรกของปี เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ เช่นเดียวกับรัฐวิสาหกิจท้องถิ่นที่มีผลกำไรลดลง 14.2%

รายงานยังระบุว่า หนี้สินทั้งหมดของรัฐวิสาหกิจจีนเพิ่มขึ้น 18% แตะ 81.91 ล้านล้านหยวน (ราว 440 ล้านล้านบาท) เนื่องจากหนี้สินของรัฐวิสาหกิจส่วนกลางและรัฐวิสาหกิจท้องถิ่น ปรับตัวขึ้น 23.4% และ 12.2% ตามลำดับ

ทั้งนี้ การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจจีนทั่วประเทศเพื่อยกระดับประสิทธิภาพของหน่วยงาน คือภารกิจสำคัญลำดับแรกของรัฐบาลจีน ดังที่ระบุไว้ในแผนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศระยะ 5 ปี ที่ประกาศเมื่อปี 2015 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจจีนชะลอตัว

จีนเตรียมเปิดตลาดเหล็ก น้ำมันดิบ ยาง

ด้านฟาง ซิงไห่ รองผู้อำนวยการคณะกรรมการกำกับดูแลภาคตลาดหลักทรัพย์ (ซีเอสอาร์ซี) เปิดเผยว่า จีนกำลังเดินหน้าก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ เพื่อกำหนดราคาซื้อขายสินค้าดังกล่าวขึ้นเอง 

ทั้งนี้ ปริมาณการใช้เหล็กและพลังงานของจีนสูงที่สุดในโลก แต่บริษัทและเทรดเดอร์ภายในประเทศกลับตั้งราคาสินค้าโภคภัณฑ์ดังกล่าวตามราคาตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดลอนดอนและนิวยอร์ก

ขณะเดียวกัน จีนกำลังวางแผนเปิดให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในสัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบ แร่เหล็ก และยางภายในประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้นักลงทุนต่างชาติไม่สามารถเข้ามาลงทุนได้เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องสกุลเงิน

รองผู้อำนวยการซีเอสอาร์ซี เสริมว่า การดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องมีมาตรการกำกับดูแลที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจากช่วงที่ผ่านมา ปัญหาของหน่วยงานกำกับดูแลไม่ใช่เรื่องความเสี่ยงทางการเงินจากการเปิดรับนักลงทุนต่างชาติ แต่เป็นการป้องกันการละเมิดหลักเกณฑ์การซื้อขายของบรรดานักลงทุนรายย่อย

อย่างไรก็ดี ตลาดสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์จีนมีความผันผวนอย่างหนัก ในช่วงเดือน มี.ค.และ เม.ย. โดยปริมาณการซื้อขายและราคาทะยานขึ้นสูงมาก จนทำให้ซีเอสอาร์ซีและตลาดซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ต้องเข้ามาจัดการ โดยปรับให้หลักเกณฑ์การซื้อขายเข้มงวดขึ้น และเพิ่มค่าธรรมเนียมเพื่อสกัดการปรับตัวขึ้นของราคาสัญญา

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน