
'เยน'แข็งพ่นพิษธุรกิจญี่ปุ่น
เอกชนญี่ปุ่นเจอวิกฤตเยนแข็งค่า เศรษฐกิจจีนชะลอ ราคาน้ำมัน-โภคภัณฑ์ตก กระทบรายได้หด
เอกชนญี่ปุ่นเจอวิกฤตเยนแข็งค่า เศรษฐกิจจีนชะลอ ราคาน้ำมัน-โภคภัณฑ์ตก กระทบรายได้หด
หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล เปิดเผยอ้างนักวิเคราะห์ว่า สกุลเงินเยนที่แข็งค่าได้ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการภาคเอกชนในญี่ปุ่น ที่ปรับตัวลดลงถึงราว 1.9% ในปีงบประมาณ 2015 ถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 4 ปี
บรรดานักวิเคราะห์ระบุว่า ผลประกอบการปีงบประมาณก่อนหน้านี้ที่สิ้นสุดในเดือน มี.ค. 2015 แสดงให้เห็นถึงผลกำไรที่ปรับตัวดีขึ้นจากเงินเยนอ่อนค่า ทว่าในปีงบประมาณปัจจุบัน เงินเยนกลับแข็งค่าขึ้น ประกอบกับเศรษฐกิจจีนและประเทศตลาดเกิดใหม่ต่างชะลอตัวจนกระทบต่อแรงซื้อและภาคการส่งออกของญี่ปุ่น ดังนั้นเอกชนญี่ปุ่นจึงควรพึ่งปัจจัยอื่นในการขยายตัวทางธุรกิจแทนเงินเยน
คาซึฮิโระ ทาคาฮาชิ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของไดวา ซิเคียวริตี้ส์ กล่าวว่า ผลประกอบการบรรดาภาคธุรกิจญี่ปุ่นในปีนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน
“เป็นเรื่องสำคัญสำหรับภาคธุรกิจญี่ปุ่นสำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะกลางและระยะยาว โดยไม่ต้องพึ่งอัตราแลกเปลี่ยน” ทาคาฮาชิ กล่าว
จากข้อมูลของ เอสเอ็มบีซี นิกโก ซิเคียวริตี้ส์ พบว่า ผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ปรับตัวลง 1.9% ในปีงบ 2015 เนื่องจากเงินเยนแข็งค่าเกือบ 7% ในช่วงไตรมาส 4 ระหว่างเดือน ม.ค.-มี.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้กำไรสุทธิไตรมาสสุดท้ายลดลงกว่า 42% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่คาดว่าผลกำไรสุทธิภาคธุรกิจไม่รวมธุรกิจเทรดดิ้ง ในปี 2016 อาจปรับขึ้นเพียง 3.8%
นอกจากนี้ ราคาพลังงานที่ปรับตัวลงยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจธนาคารในญี่ปุ่นด้วย โดยกำไรสุทธิของ มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป บริษัทการเงินยักษ์ใหญ่ปรับตัวลง 8% อยู่ที่ 9.51 แสนล้านเยน (ราว 3.07 แสนล้านบาท) เนื่องจากสินเชื่อภาคพลังงานปรับตัวลงและผลกระทบจากการใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) อาจส่งผลให้กำไรปีนี้ปรับตัวลงอีก 8.5 แสนล้านเยน (ราว 2.75 แสนล้านบาท) เช่นเดียวกับธนาคารมิซูโฮ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิอาจลดลง 11%
ขณะที่เศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคอุตสาหกรรมเหล็กและโลหะเบาในญี่ปุ่น เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลงกระทบต่อการค้า โดย มิตซูบิชิ คอร์ป เทรดดิ้งเฮาส์รายใหญ่ที่สุด ขาดทุนรายปีครั้งแรกตั้งแต่ก่อตั้งหน่วยธุรกิจ อยู่ที่ 1.49 แสนล้านเยน (ราว 4.82 หมื่นล้านบาท) ในปีก่อน เช่นเดียวกับผลประกอบการของ นิปปอน สตีล แอนด์ ซูมิโตโม เมทัล คอร์ป ที่ลดลง 32%
อย่างไรก็ดี ธุรกิจบางประเภท โดยเฉพาะสายการบินอย่าง เอเอ็นเอ โฮลดิ้งส์ อิงค์ และเจแปน แอร์ไลน์ส ยังได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวที่ขยายตัวขึ้น







