
อุทกภัยใหญ่ถล่มเอเชียพังยับเยิน
เอพี รายงานเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ว่า ทางการอินเดียระบุว่าเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจหลายพันนายสามารถเข้าไปให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในรัฐแคชเมียร์ ทางตอนเหนือของอินเดียได้แล้ว หลังจากที่ฝนตกหนักก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนไหลทะลักเข้าในพื้นที่อย่างหนัก เสาไฟฟ้าและโทรศัพท์ล้มพังระเนระนาด บางจุดมีโคลนทับถมสูงถึง 3 เมตร ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา
นาวัง เซอริง เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นเมืองลาดักห์ กล่าวว่า โรงพยาบาลรัฐแห่งใหญ่ของเมืองได้รับผลกระทบ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งขนย้ายผู้ป่วยออกนอกพื้นที่ และขอรับความช่วยเหลือจากทางโรงพยาบาลของกองทัพในพื้นที่ใกล้เคียง
ทั้งนี้ เมืองลาดักห์ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับผู้รักการผจญภัย อีกทั้งเดือน ส.ค. เป็นเดือนที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นที่สุด ล่าสุดรายงานระบุว่า มีนักท่องเที่ยวต่างชาติติดอยู่ในพื้นที่ราว 2,000 คน ซึ่งส่วนมากเป็นชาวยุโรป แต่ยังไม่มีรายงานของชาวต่างชาติที่เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ
รายงานตัวเลขล่าสุดของผู้เสียชีวิตอยู่ที่อย่างน้อย 130 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 400 คน
ขณะที่ในปากีสถาน สถานการณ์น้ำท่วมจากมรสุมรุนแรงระลอกสองทำให้ชาวปากีสถานในแคว้นสินธุ์ต้องเร่งอพยพออกจากพื้นที่ เนื่องจากมีประกาศเตือนจากทางการว่าอาจจะต้องเผชิญกับอุทกภัยครั้งเลวร้ายอีกระลอก
ชาวปากีสถานต้องเผชิญกับภาวะน้ำท่วมครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 80 ปี มาตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,600 คน และมีผู้ได้รับความเดือดร้อนพุ่งสูงขึ้นกว่า 15 ล้านคนแล้ว
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี ยูซุฟ ราซา กิลานี ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากนานาประเทศแล้ว อีกทั้งหน่วยงานต่างๆ ก็กำลังขอให้มิตรประเทศร่วมบริจาคและส่งความช่วยเหลือมายังผู้เดือดร้อน
ขณะที่ประธานาธิบดี อาซีฟ อาลี ซาร์ดารี ยังคงอยู่ในระหว่างการเยือนต่างประเทศ และถูกวิจารณ์อย่างหนักในเรื่องดังกล่าว แต่ทางผู้นำปัดว่าเป็นหน้าที่การรับมือของนายกฯ
ด้านทางการจีนก็ยังต้องรับมือกับภาวะน้ำท่วมรุนแรงต่อเนื่องในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
ล่าสุดทางกระทรวงกิจการพลเรือนของจีน ระบุว่า ในปีนี้มียอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมอยู่ที่ 1,454 คนแล้ว และมีผู้สูญหายอีกราว 669 คน โดยมีประชาชนที่ต้องอพยพทิ้งที่อยู่อาศัยเนื่องจากอุทกภัยราว 12 ล้านคน







