"ควีนอังกฤษ" ติงเจ้าหน้าที่จีนหยาบคาย
สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ทรงตำหนิเจ้าหน้าที่จีน ระหว่างทรงมีพระราชดำรัสกับผู้บัญชาการตำรวจนครบาลอังกฤษ
สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ทรงตำหนิเจ้าหน้าที่จีน ระหว่างทรงมีพระราชดำรัสกับผู้บัญชาการตำรวจนครบาลอังกฤษ
นับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก ที่ประมุขของรัฐจะหลุดปากตำหนิประเทศใดประเทศหนึ่งอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งมักทรงไม่แสดงทัศนะทางการเมืองในที่สาธารณะ แต่ล่าสุด กลับทรงตำหนิเจ้าหน้าที่จีนด้วยถ้อยคำที่ค่อนข้างรุนแรงพอสมควร
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างงานเลี้ยงในอุทยานพระราชวังบักกิงแฮม ณ กรุงลอนดอน ระหว่างที่สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ทรงมีพระราชดำรัสกับ ลูซี ดอร์ซี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เกี่ยวกับการต้อนรับ ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน ซึ่งเดินทางมาเยือนสหราชอาณาจักรและเข้าเฝ้าพระองค์ เมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว
ระหว่างการสนทนาผู้บัญชาการตำรวจนครบาลกราบทูลว่า ได้รับมอบหมายให้ดูแลมาตรการด้านความปลอดภัยระหว่างการเยือนประเทศของผู้นำจีน แต่เมื่อได้ทราบ สมเด็จพระราชินีนาถกลับตรัสว่า "โอ คราวเคราะห์" จากนั้นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งได้เข้ามาเสริมว่า "ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลถูกฝ่ายจีนรบกวนอย่างหนัก แต่เธอก็ยังสามารถยืนหยัดและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป"
จากนั้น ดอร์ซีกราบทูลว่า "หม่อมฉันเป็นเจ้าหน้าที่ระดับบัญชาการ จึงไม่ทราบว่าฝ่าพระบาททรงทราบหรือไม่ แต่นับเป็นช่วงเวลาที่ยากเย็นมาก" ซึ่งสมเด็จพระราชินีนาถทรงตอบในทันทีว่า "เราทราบ"
ดอร์ซีกราบทูลต่อไปว่า "หม่อมฉันแทบจะทนไม่ไหว ตอนที่พวกเขาเดินออกไปจากทำเนียบแลงคาสเตอร์ เฮ้าส์ แล้วบอกกับหม่อมฉันว่าการเยือนครั้งนี้จบลงแล้ว จนหม่อมฉันรู้สึก ..." ถึงตอนนี้สมเด็จพระราชินีนาถทรงเสริมว่า "พวกเขาหยาบคายกับท่านเอกอัครราชทูตมาก" ซึ่งทรงหมายถึง บาบาร์รา วูวาร์ด เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศจีน
ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลตอบว่า "หม่อมฉันคิดว่าพวกเขาหยาบคาบและเสียมารยาททางการทูตอย่างมาก" ซึ่งทรงตอบว่า "อย่างยิ่งเลยทีเดียว"
ระหว่างการสนทนาครั้งนี้มีช่างภาพของสำนักพระราชวังได้บันทึกเหตุการณ์ไว้ และแจกจ่ายให้กับสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ซึ่งสร้างความฮือฮาอย่างมาก เนื่องจากไม่มีใครคาดคิดว่าสมเด็จพระราชินีนาถจะทรงวิพากษ์วิจารณ์แขกบ้านแขกเมืองอย่างตรงไปตรงมา นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังประโคมผลสำเร็จของการกระชับความสัมพันธ์เมื่อปีที่แล้วว่าเป็นยุคทองของสหราชอาณาจักรและจีน โดยไม่มีวี่แววว่าจะมีเรื่องระหองระแหงกันในเบื้องลึก
เว้นแต่ถ้อยแถลงของ ฟิลิป แฮมมอนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหราชอาณาจักร ที่ระบุว่า การเยือนครั้งนั้นทำให้ทั้งสองฝ่ายเคร่งเครียดเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มิได้ทรงร่วมงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ คาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับที่พระองค์ให้การสนับสนุน องค์ดาไล ลามะ ผู้นำด้านจิตวิญญาณของทิเบต
หลังจากที่บันทึกการสนทนาแพร่ออกไป สำนักงานตำรวจนครบาลและสำนักพระราชวังปฏิเสธที่จะตอบข้อซักถามโดยให้เหตุผลว่าเป็นการสนทนาส่วนบุคคล แต่ทางสำนักพระราชวังย้ำว่า การเยือนของจีนประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนปฏิเสธที่จะตอบคำถามในประเด็นนี้เช่นกัน แต่ย้ำว่า การเยือนของสีจิ้นผิงประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง
ที่มา www.m2fnews.com







