
จีนหนี้ท่วมโตไม่เสถียร
หนี้จีนไตรมาสแรกพุ่งสูงสุด 24.86 ล้านล้าน สั่นคลอนความน่าเชื่อถือนโยบายปฎิรูป
หนี้จีนไตรมาสแรกพุ่งสูงสุด 24.86 ล้านล้าน สั่นคลอนความน่าเชื่อถือนโยบายปฎิรูป
แอนดริว โคลคูฮอน ประธานฝ่ายเอเชียแปซิฟิก ของฟิทช์ เรทติ้งส์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำ ระบุว่า เศรษฐกิจที่ขยายตัวขึ้นในจีน ซึ่งเป็นผลมาจากแรงกระตุ้นของภาคสินเชื่อ ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อระบบการเงิน และทำลายความน่าเชื่อถือในการปฏิรูปของรัฐบาล รวมถึงยังเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น
นอกจากนี้ แม้การขยายตัวของสินเชื่อจะส่งสัญญาณทำให้ตลาดทุนและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวดีขึ้น แต่การก่อหนี้ล่วงหน้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมากทำให้ระดับหนี้ในปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก เปิดเผยว่า สินเชื่อใหม่ในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 4.6 ล้านล้านหยวน (ราว 24.86 ล้านล้านบาท) ในไตรมาสแรกของปี 2016 ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่การก่อหนี้จากทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ และครัวเรือน สูงถึง 247% ของขนาดการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อปี 2015 ซึ่งสูงกว่าระดับ 164% ในปี 2008
ก่อนหน้านี้ ในเดือน มี.ค. เอสแอนด์พี และมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ได้ปรับมุมมองเครดิตจีนเป็นเชิงลบ จากความกังวลเรื่องหนี้ที่เพิ่มขึ้นและไม่เชื่อมั่นในการปฏิรูปโครงสร้างของรัฐบาล
ขณะเดียวกัน จอร์จ โซรอส ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ชื่อดังในสหรัฐ ระบุว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจผ่านการกระตุ้นภาคสินเชื่อของจีน คล้ายกับเศรษฐกิจของสหรัฐในยุคก่อนเกิดวิกฤตทางการเงินปี 2008 ซึ่งนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเศรษฐกิจทั่วโลกในภายหลัง
โซรอส ระบุว่า การขยายตัวของสินเชื่อใหม่ในจีนสูงถึง 2.34 ล้านล้านหยวน (ราว 12.65 ล้านล้านบาท) เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 1.4 ล้านล้านหยวน (ราว 7.57 ล้านล้านบาท) สะท้อนสัญญาณที่น่ากังวลถึงการควบคุมหนี้ของรัฐบาล และการขยายตัวของสินเชื่อใหม่ที่ช่วยให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัว ก็คล้ายกับช่วงที่ภาคอสังหาริมทรัพย์สหรัฐเข้าสู่ภาวะฟองสบู่ ในช่วงปี 2005-2006
ด้านนิตยสารไคซิน รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า ทางการจีนเริ่มปราบปรามผู้ให้บริการทางการเงินผ่านอินเทอร์เน็ตและได้ระงับการลงทะเบียนของบริษัทการเงินใหม่หลายแห่ง ซึ่งเป็นความพยายามปราบปรามธุรกิจการเงินรูปแบบใหม่ที่ทำลายเสถียรภาพทางการเงินและการทุจริตของกลุ่มธุรกิจสินเชื่อออนไลน์
ทั้งนี้ ธุรกิจและสถาบันการเงินต้องได้รับการอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ควบคุมทางการเงินก่อนที่จะลงทะเบียนให้บริการทางการเงินได้ จากเดิมที่สามารถลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นซึ่งอยู่ภายใต้สังกัดหน่วยงานของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ตามนโยบายปราบปรามการให้สินเชื่อออนไลน์ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 14 เม.ย. และบังคับใช้ไปถึงปีหน้า







