
"โอบามา" เปิดอกยอมรับ "ลิเบีย" คือความผิดพลาด
ประธานาธิบดีสหรัฐยอมรับการเข้าแทรกแซงสถานการณ์ในลิเบียคือความผิดพลาดทำให้ตกอยู่ในภาวะมิคสัญญีจนถึงปัจจุบัน
ประธานาธิบดีสหรัฐยอมรับการเข้าแทรกแซงสถานการณ์ในลิเบียคือความผิดพลาดทำให้ตกอยู่ในภาวะมิคสัญญีจนถึงปัจจุบัน
ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวฟ็อกซ์ นิวส์ (Fox News) วานนี้ โดยยอมรับความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงที่สุดตลอด 8 ปีที่เขาดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ คือการแทรกแซงสถานการณ์ในลิเบีย และช่วยหนุนหลังการโค่นล้มอดีตผู้นำเผด็จการ มูอัมมาร์ กัดดาฟี เมื่อปี 2011 แต่หลังจากนั้นกลับขาดการวางแผนเพื่อรับมือกับความวุ่นวายที่จะติดตามมา และทำให้ลิเบียตกอยู่ในภาวะมิคสัญญีจนถึงทุกวันนี้
แม้จะขาดแผนการจนนำมาสู่ความโกลาหลและการแทรกซึมเข้ามาของกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอสในพื้นที่ แต่โอบามาก็ยังคงยืนยันว่าการแทรกแซงลิเบียเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และจำเป็นต้องส่งกำลังทหารเข้าไปในลิเบียเพื่อคุ้มครองพลเรือนในช่วงที่มีการลุกฮือต่อต้านกัดดาฟีไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่องค์การนาโตและสหรัฐช่วยกันหนุนการลุกฮือจนกระทั่งชาวลิเบียสามารถจับตัวและสังหาร กัดดาฟีได้ แทนที่สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ กลับทำให้ลิเบียยิ่งวุ่นวายและแตกเป็นเสี่ยงๆ เกิดกลุ่มติดอาวุธฝ่ายต่างๆ ห้ำหั่นกัน เปิดทางให้ไอเอสเข้ามาในพื้นที่และยังคงปักหลักอยู่จนถึงทุกวันนี้
ที่สำคัญก็คือ ลิเบียกลายเป็นจุดที่ผู้อพยพจากแอฟริกาและตะวันออกกลางเดินทางมารวมตัวกันเพื่อมุ่งลี้ภัยไปยังยุโรป กลายเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตผู้ลี้ภัยที่ทำให้ยุโรปต้องสั่นคลอนอย่างหนักในช่วงไม่กี่ปีมานี้
การให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ในครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่โอบามาแสดงความเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับลิเบีย
ก่อนหน้านี้เขาเคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร ดิ แอตแลนติก (The Atlantic) ว่า ในช่วงที่ส่งกองกำลังทหารแทรกแซงลิเบียทุกอย่างไปได้สวย แต่หลังจากนั้นทุกอย่างกลับเละเทะสิ้นดี
นอกจากนี้ โอบามายังวิจารณ์ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรที่ตีตัวออกห่างหลังจากมีการแทรกแซงทางการทหาร ทั้งๆ ที่ตัวเขาฝากความหวังไว้กับทั้งสองประเทศเป็นอย่างมากว่าจะช่วยจัดการความเป็นไปในลิเบีย เนื่องจากมีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวยกว่าสหรัฐ แต่แล้วทั้งฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรกลับทำให้เขาผิดหวัง และโอบามากล่าวโทษว่า ความโกลาหลในลิเบียเป็นผลมาจากการที่ทั้งสองประเทศไม่ยอมให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน ที่วุ่นวายกับภารกิจมากมายจนไม่เป็นอันเข้ามาจัดการปัญหากับลิเบีย คำพูดของโอบามาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเขาต้องการจะกล่าวโทษผู้นำสหราชอาณาจักรอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งในเวลาต่อมาสำนักข่าวบีบีซี (BBC) รายงานว่า รัฐบาลอังกฤษไม่พอใจทัศนะดังกล่าวของโอบามาเป็นอย่างมาก
ในส่วนทัศนะของโอบามาต่อผลงานที่ดีที่สุดของเขาในช่วงที่เป็นผู้นำประเทศ เขากล่าวว่า คือการช่วยให้เศรษฐกิจของสหรัฐไม่ต้องเผชิญกับภาวะตกต่ำอย่างรุนแรง สำหรับช่วงเวลาที่ดีที่สุดในรัฐบาลโอบามา คือการผ่านกฎหมายปฏิรูประบบสาธารณสุขของประเทศ และช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดคือเหตุการณ์สังหารหมู่ที่โรงเรียนแซนดี้ ฮุก เมื่อปี 2012 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตถึง 20 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษา นับเป็นเหตุสังหารหมู่ที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งของสหรัฐ
ภาพ...เอเอฟพี







