
รัฐบาลกางแผน “ส่งออกโคเนื้อไปจีน” 1.2 ล้านตัวต่อปี ดันบางสะพานผงาดฮับปศุสัตว์
รัฐบาลตั้งเป้าส่งออกโคเนื้อมีชีวิตไปจีน 1.2 ล้านตัวต่อปี (100,000 ตัว/เดือน) เตรียมพัฒนาพื้นที่ท่าเรือบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นศูนย์กักกันโรคสัตว์ขนาดใหญ่รองรับการส่งออกเต็มรูปแบบ
รัฐบาลไทยเดินหน้ายกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก ด้วยการผลักดันนโยบายส่งออกโคเนื้อไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นรูปธรรม นโยบายนี้ไม่เพียงขยายตลาดสินค้าเกษตรของไทย แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคทั่วประเทศ ผ่านการเจาะตลาดผู้บริโภคเนื้อโคที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังสนับสนุนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้บูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชนไทยและจีน เพื่อเปิดประตูการค้าระหว่างประเทศ รองรับการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทย
ดีลประวัติศาสตร์ ดึงทุนยักษ์ใหญ่ลุย "ส่งออกโคเนื้อมีชีวิต"
ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการนี้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น ภายหลังนายชัย วัชรงค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับกรมปศุสัตว์ ตัวแทนภาคเอกชนไทย และกลุ่มวิสาหกิจชั้นนำจากจีนในเครือ China Merchants Group เพื่อกำหนดทิศทางการส่งออกโคเนื้อมีชีวิตของไทยไปยังจีน
โครงการความร่วมมือนี้ตั้งเป้าหมายเชิงรุกในการรวบรวมโคเนื้อจากเกษตรกรไทย เพื่อจัดส่งทางเรือในปริมาณ 100,000 ตัวต่อเดือน หรือ 1.2 ล้านตัวต่อปี ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
นอกจากนี้ กลุ่มนักลงทุนยังมีแผนเตรียมเม็ดเงินลงทุนก่อสร้างโรงเชือดที่ได้มาตรฐานเพิ่มเติมในประเทศไทย เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมโคเนื้อในระยะยาว
เล็งปักหมุด “ท่าเรือบางสะพาน” เป็นศูนย์กลางกักกันโรค
อุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งในการส่งออกสินค้าเกษตรคือมาตรฐานด้านสุขอนามัย อย่างไรก็ดี จากการทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานของไทยและสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ทำให้การเจรจามีความคืบหน้าอย่างก้าวกระโดด
ล่าสุดสามารถลดข้อซักถามด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยทางสัตวแพทย์ จากเดิมกว่า 40 ประเด็น เหลือเพียง 4 ประเด็นหลัก สะท้อนถึงความพร้อมในการเปิดตลาดอย่างเป็นทางการ
ควบคู่ไปกับการเจรจา ภาครัฐเตรียมลงพื้นที่สำรวจศักยภาพของท่าเรือบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อผลักดันให้เกิดการก่อสร้างศูนย์กักกันโรคสัตว์ (Quarantine Station) ขนาดใหญ่ โครงสร้างพื้นฐานแห่งนี้จะทำหน้าที่คัดกรองโรคตามมาตรฐานสัตวแพทย์สากลก่อนการส่งออก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับศักยภาพของไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าปศุสัตว์ระดับภูมิภาค
โอกาสทองใน "ตลาดเนื้อโคในจีน"
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความต้องการบริโภคเนื้อโคในตลาดจีนว่า ปัจจุบันจีนนำเข้าเนื้อโคจากต่างประเทศสูงถึง 2.7 ล้านตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 675,000 - 810,000 ล้านบาท หากประเมินเป็นจำนวนโคมีชีวิต จะเทียบเท่ากับความต้องการถึง 13.5 ล้านตัวต่อปี
ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้เลี้ยงโคชาวไทย รัฐบาลจึงตั้งเป้าหมายผลักดันการส่งออกโคเนื้อไปยังจีนล็อตแรกให้สำเร็จภายใน 1 ปี เพื่อสร้างความยั่งยืนและความมั่นคงให้แก่ภาคการเกษตรของไทยต่อไป







