posttoday
ฝรั่งเศสคลอดกฎหมายเอาผิดคนซื้อบริการทางเพศ

ฝรั่งเศสคลอดกฎหมายเอาผิดคนซื้อบริการทางเพศ

08 เมษายน 2559

สภาฝรั่งเศสเห็นชอบออกกฎหมายเอาผิด "ผู้ซื้อบริการทางเพศ" มีโทษปรับสูงสุด 1.5 แสนบาท พร้อมนำเงินไปสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้หญิงเลิกขายบริการ

สภาฝรั่งเศสเห็นชอบออกกฎหมายเอาผิด "ผู้ซื้อบริการทางเพศ" มีโทษปรับสูงสุด 1.5 แสนบาท พร้อมนำเงินไปสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้หญิงเลิกขายบริการ

หลังจากยื้อกันมานานถึง 2 ปี ในที่สุดสภาผู้แทนราษฎรของฝรั่งเศสก็ผ่านกฎหมายเอาผิดกับผู้ซื้อบริการทางเพศ โดยมีโทษปรับ 1,500 ยูโร หรือราว 60,000 บาท หากกระทำผิดครั้งแรก แต่ถ้ายังทำอีกเป็นครั้งที่ 2 จะถูกปรับเป็นเงินสุดถึง 3,750 ยูโร หรือประมาณ 150,200 บาท และจะมีชื่อปรากฏในประวัติอาชญากรรม

นอกจากนี้ ผู้กระทำผิดยังต้องรับการอบรมเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับชีวิตของผู้ขายบริการทางเพศว่าต้องตกระกำลำบากมากเพียงใด ส่วนเงินค่าปรับที่ได้จะนำไปสนับสนุนโครงการมอบโอกาสใหม่ให้กับผู้หญิงที่อยากจะออกจากวงจรชีวิตแบบนี้

เกรกัวร์ เทียรี ผู้นำขบวนการยกเลิกการค้าบริการทางเพศกล่าวว่า การผ่านกฎหมายนี้เป็นชัยชนะครั้งสำคัญของสิทธิสตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่มีการล่วงละเมิดทางเพศเป็นข่าวใหญ่โต มีแหล่งบันเทิงยามราตรีและโชว์วาบหวิวเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวโลกรู้จัก

ด้าน โมด์ โอลิเวียร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหญิงจากพรรคสังคมนิยม กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจในประเทศตัวเอง ที่ผ่านความเห็นชอบกฎหมายนี้ในที่สุด เพราะเท่ากับเป็นการยืนยันว่าผู้ค้าประเวณีคือเหยื่อไม่ใช่ผู้กระทำผิด

อย่างไรก็ตาม ผู้ขายบริการทางเพศกลับไม่พอใจกฎหมายนี้ เพราะจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อรายได้ของผู้ขายบริการทางเพศที่มีอยู่ถึง 30,000-40,000 คน และจะทำให้ธุรกิจค้ากามต้องกลายเป็นกิจกรรมที่ต้องทำกันอย่างลับๆ ส่งผลต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ในวงการนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่บรรดาโสเภณีพร้อมด้วยสหภาพผู้ขายบริการและนักเคลื่อนไหวทางสังคมจะรวมกันประท้วงกฎหมายดังกล่าว

ทั้งนี้ ยังมีกลุ่มนักเขียน นักแสดง และบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคมร่วมลงชื่อต่อต้านกฎหมายดังกล่าว โดยในจำนววนี้มีทั้งที่เคยใช้บริการหรือตั้งใจที่จะซื้อบริการทางเพศ และโจมตีว่ากฎหมายดังกล่าวขัดต่อเสรีภาพในการขายเสน่ห์ความน่าเย้ายวนใจ ทั้งยังขัดขวางการแสวงหาความสำราญใจของปัจเจกบุคคล

อย่างไรก็ดี การค้าบริการทางเพศเป็นเรื่องถูกกฎหมายในฝรั่งเศสมานานถึง 114 ปี แต่มีกระแสต้องการให้ลดการค้าบริการลง ทั้งยังมีความกังวลเรื่องปัญหาการค้ามนุษย์และความปลอดภัยของผู้ที่ขายบริการ จึงมีการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ โดยไม่มุ่งเอาผิดกับผู้ขาย แต่หันไปจัดการกับผู้ซื้อแทน ตามรอยสวีเดน ซึ่งเป็นประเทศแรกที่เอาผิดกับผู้ซื้อแต่ไม่เอาผิดกับผู้ขายเมื่อปี 1999 ต่อมานอร์เวย์ก็ใช้วิธีการเดียวกันเมื่อปี 2008 และไอซ์แลนด์เมื่อปี 2009 จนถูกเรียกว่าเป็น "นอร์ดิก โมเดล" เพราะนิยมใช้กันในกลุ่มประเทศนอร์ดิก

ภาพ...เอเอฟพี

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน