
ระทึกขวัญไฮแจ็กอียิปต์แอร์
ชาวอียิปต์บุกจี้เครื่องบินกลางอากาศ-กลุ่มติดอาวุธในฟิลิปปินส์จับลูกเรืออินโดนีเซียเรียกค่าไถ่
ชาวอียิปต์บุกจี้เครื่องบินกลางอากาศ-กลุ่มติดอาวุธในฟิลิปปินส์จับลูกเรืออินโดนีเซียเรียกค่าไถ่
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเหตุคนร้ายใส่เข็มขัดติดระเบิดฆ่าตัวตายบุกปล้นเครื่องบินของสายการบินอียิปต์แอร์ และบังคับให้ลงจอดที่สนามบินลาร์นาคาในประเทศไซปรัส ระหว่างเดินทางจากเมืองอเล็กซานเดรียสู่กรุงไคโรของอียิปต์
บรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงไซปรัส (ซีบีซี) รายงานว่า เครื่องบินเที่ยวบินที่เอ็มเอส 181 มีผู้โดยสารอย่างน้อย 55 คน เป็นชาวอังกฤษ 8 คน ชาวอเมริกัน 10 คน และลูกเรืออีก 7 คน โดยหลังจากลงจอด ผู้ก่อเหตุเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่ปิดล้อมอยู่ถอยจากตัวเครื่องและปล่อยตัวผู้โดยสารเกือบทั้งหมด ยกเว้นผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 7 คน ที่หนีออกมาภายหลัง ก่อนที่คนร้ายจะยอมมอบตัว และพบว่าระเบิดที่ใช้เป็นของปลอม
ล่าสุด โฆษกรัฐบาลอียิปต์ ระบุว่าเจ้าหน้าที่เข้ารวบตัวผู้ก่อเหตุคือ เซอีฟ เอลดินมุสตาฟา อาจารย์คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยอเล็กซานเดรีย สัญชาติอียิปต์-อเมริกัน โดยในระหว่างคุมตัวประกัน ซามาฮาเรียกร้องสถานะลี้ภัยในไซปรัสและขอพบอดีตภรรยาชาวไซปรัส รวมทั้งต้องการให้ทางการปล่อยตัวนักโทษอียิปต์
ด้าน ประธานาธิบดี นิโคส อนาสเตเซียเดส ของไซปรัส กล่าวยืนยันว่า เหตุดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย พร้อมระบุว่า รัฐบาลไซปรัสได้ทำทุกทางเพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนปลอดภัย
ก่อนหน้านี้ เคยเกิดเหตุการณ์บุกจี้เครื่องบินที่สนามบินลาร์นาคาเมื่อปี 1978 ต่อมาในปี 1988 สายการบินคูเวตแอร์ไลนส์ถูกปล้นกลางอากาศและจับตัวประกันเป็นเวลา 16 วัน ระหว่างเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ สู่คูเวต และได้ลงจอดที่สนามบินลาร์นาคาเช่นกัน โดยมีตัวประกันถูกสังหาร 2 คน ในเหตุการณ์นั้น
ขณะเดียวกัน เรทโน มาร์ซูดิ รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ลูกเรือชาวอินโดนีเซีย 10 คน ถูกกลุ่มติดอาวุธอาบู ไซยาฟ ซึ่งเคยประกาศสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) จับเป็นตัวประกันที่น่านน้ำฟิลิปปินส์ ระหว่างเดินเรือขนส่งถ่านหินไปยังฟิลิปปินส์
เจ้าของเรือดังกล่าว กล่าวว่า ได้รับโทรศัพท์เรียกค่าไถ่จากกลุ่มอาบู ไซยาฟ เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้บัญชาการทหารฟิลิปปินส์เดินทางไปยังฐานทัพทางใต้เพื่อประเมินมาตรการจัดการ
เคียธ เลิฟอาร์ด นักวิเคราะห์ความเสี่ยงของคอนคอร์ด คอนซัลติ้ง บริษัทที่ปรึกษาในกรุงจาการ์ตา ระบุว่า โดยปกติแล้วกลุ่มอาบู ไซยาฟ มักจะก่อเหตุโจมตีนักท่องเที่ยวหรือชาวฟิลิปปินส์ครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องแปลก ที่กลุ่มติดอาวุธดังกล่าวจับตัวประกันจากอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศมุสลิมใหญ่ที่สุดในโลก







