
ชี้ยอดทหารอาเซียนพุ่ง
สิงคโปร์หวั่นทุ่มความมั่นคงแต่ขาดความร่วมมือ
สิงคโปร์หวั่นทุ่มความมั่นคงแต่ขาดความร่วมมือ
โพสต์ทูเดย์ - สิงคโปร์ชี้อาเซียนเพิ่มงบทหาร แต่ขาดความร่วมมือ ท่ามกลางจีนผงาดทะเลจีนใต้
อึ๊งเอ็งเฮ็ง รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ เปิดเผยว่า การลงทุนทางความมั่นคงของประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่เพิ่มขึ้น สร้างความกังวลให้แก่สิงคโปร์ โดยการลงทุนด้านความมั่นคงในรูปแบบของเหรียญสหรัฐในเอเชีย นำหน้ายุโรปไปแล้ว แต่บรรดาชาติอาเซียนกลับขาดความร่วมมือด้านการทหาร
อึ๊ง ระบุว่า ข้อพิพาททางทะเลจีนใต้ระหว่างจีนและบรรดาประเทศในอาเซียนทั้งมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บรูไน และเวียดนาม แสดงให้เห็นถึงการขาดเครื่องมือในการแก้ปัญหาของอาเซียน
“เป็นไอเดียง่ายๆ ถ้าคุณมีการร่วมมือทางการทหารและเข้าใจซึ่งกันและกัน ใช่ ผมเข้าใจว่า มีการแข่งขันทางกลยุทธ์และเทคนิค แต่คุณจะใช้ศักยภาพทางการทหารได้เต็มที่ และช่วยเหลือคุณประเมินและป้องกันบางอย่างที่คุณอาจคำนวณพลาด” อึ๊ง กล่าว
ทั้งนี้ จากข้อมูลของสถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสตอกโฮล์ม (เอสไอพีอาร์ไอ) ระบุว่า การลงทุนทางการทหารต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของสิงคโปร์ อยู่ที่ 3-3.3% นับตั้งแต่ปี 2010 มากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค เช่น ฟิลิปปินส์ที่ 1.2-1.3% ของจีดีพี เวียดนามที่ 1.9-2.3% ของจีดีพี มาเลเซียที่ 1.5-2.0% ของจีดีพี บรูไนที่ 2.5-3.3% ของจีดีพี และไทยอยู่ที่ 1.1-1.7% ของจีดีพี
สำหรับการลงทุนทางการทหารที่เพิ่มขึ้นของประเทศอาเซียนมาพร้อมกับข้อพิพาททะเลจีนใต้กับจีนที่ยังคงแสดงกรรมสิทธิ์และสร้างสิ่งปลูกสร้างในทะเลจีนใต้อย่างต่อเนื่อง โดยจีนเพิ่มงบประมาณทางการทหารอีก 7.6% เป็น 9.54 แสนล้านหยวน (ราว 5 ล้านล้านบาท ) ในปี 2016 นี้ หลังจากที่เพิ่มถึง 10.1% ในปี 2015 ที่ผ่านมา ซึ่งเอสไอพีอาร์ไอ ระบุว่า การลงทุนทางการทหารของจีนอยู่ที่ 2.1% ของจีดีพี
อย่างไรก็ตาม มหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า อาเซียนไม่มีอำนาจมากพอที่จะต่อสู้กับจีนซึ่งเป็นมหาอำนาจ ที่คาดจะมีอำนาจมากกว่าสหรัฐในอนาคต และอาเซียนไม่สามารถมีศักยภาพทางทหารได้เทียบเท่ากับจีน ดังนั้น จึงต้องใช้วิธีการเจรจามากกว่าการเผชิญหน้า







