posttoday
เครือข่ายก่อการร้ายแข็งแกร่ง แทรกซึมทั่วยุโรป

เครือข่ายก่อการร้ายแข็งแกร่ง แทรกซึมทั่วยุโรป

24 มีนาคม 2559

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

การก่อเหตุโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 4 เดือน ที่เบลเยียม ซึ่งถือได้ว่าเป็นเมืองหลวงของสหภาพยุโรป (อียู) อาจสะท้อนได้ว่า แม้เจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุม ซาลาห์ อับเดสลาม ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดในกรุงปารีสเมื่อปลายปีก่อน แต่หน่วยรักษามาตรการความปลอดภัยของอียู ยังไม่สามารถจัดการเครือข่ายกลุ่มแนวคิดสุดโต่งที่ขยายตัวออกไปได้  เหตุระเบิดที่สนามบินซาเวนเทม ตามมาด้วยระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดินมาลบีค ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 35 ราย บาดเจ็บอีก 230 ราย โดยกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ชี้ให้เห็นว่า การบังคับใช้กฎหมายด้านความมั่นคงของเบลเยียมล้มเหลวในการจัดการกับกลุ่มเครือข่ายญิฮัดที่แข็งแกร่ง ซึ่งได้แทรกซึมในหลายพื้นที่มาอย่างยาวนาน

ปีเตอร์ แวน ออสทาเยน ผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่ายญิฮัดในเบลเยียม ระบุว่า เครือข่ายไอเอสที่ดำเนินการในยุโรปเป็นเหมือนใยแมงมุมขนาดใหญ่ ที่แม้แต่คนในเครือข่ายบางคนยังไม่รู้จักกันเองด้วยซ้ำ แต่ทุกคนต่างเข้าถึงช่องทางการติดต่อสื่อสารได้ และที่ผ่านมารัฐบาลเบลเยียมเพิกเฉยต่อเรื่องนี้จนกระทั่งเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น

ที่ผ่านมาหน่วยรักษามาตรการความปลอดภัยของอียูรับรู้อยู่แล้วว่า เครือข่ายของกลุ่มแนวคิดอิสลามสุดโต่งขยายตัวในเขตผู้ใช้แรงงานในบรัสเซลส์ ซึ่งเริ่มมีมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่กลุ่มไอเอส เริ่มก่อการโจมตีในยุโรป โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เครือข่ายได้เริ่มระดมทุนจากการก่ออาชญากรรมในเบลเยียมและระดมคนส่งไปยังซีเรียตั้งแต่ปี 2012

กลุ่มคนเหล่านี้ส่วนหนึ่งถูกจับกุมตัวได้ในเบลเยียม อีกจำนวนหนึ่งหลบหนีอยู่ในยุโรปเพื่อวางแผนโจมตีต่อ โดยศาลในเบลเยียมได้ตัดสินกลุ่มเครือข่ายนี้กว่า 30 คน ในข้อหาก่อการร้ายเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็มีจำนวนมากที่ได้ออกไปซีเรียแล้วก่อนที่จะถูกปราบปราม

ขณะเดียวกัน บรรดาประเทศยุโรปต่างออกมาแสดงจุดยืนร่วมกันในการต่อต้านการก่อการร้าย อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวได้เพิ่มความแตกแยกในเรื่องนโยบายผู้อพยพและการรักษาความมั่นคงชายแดนมากยิ่งขึ้นในภูมิภาคยุโรป

มุจตาบา รามัน ประธานฝ่ายยุโรปของบริษัทวิจัยความเสี่ยงการเมือง ยูเรเซีย กรุ๊ป ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะก่อให้เกิดกระแสสนับสนุนกลุ่มฝ่ายขวาและนักการเมืองที่ต่อต้านนโยบายรับผู้อพยพ รวมทั้งจะทำให้พรรคการเมืองฝ่ายขวาในฝรั่งเศสเรียกร้องให้ยกเลิกระบบเชงเกน และปราบปรามกลุ่มมุสลิมแนวคิดสุดโต่ง

ทั้งนี้ นักการเมืองในหลายประเทศเรียกร้องให้อียูดำเนินนโยบายผู้อพยพที่แข็งกร้าวมากขึ้น พร้อมวิจารณ์ว่า เหตุดังกล่าวบ่งชี้ถึงความอ่อนแอของนโยบายป้องกันชายแดนและค่ายผู้อพยพ ขณะที่กลุ่มต่อต้านผู้อพยพในอิตาลีเรียกร้องให้ปิดชายแดนและมัสยิดทันที ส่วน มารีน เลอ เพน ผู้นำพรรคอนุรักษนิยมสุดขั้วของฝรั่งเศส ที่กำลังได้รับความนิยม เรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มระดับมาตรการควบคุมชายแดนและกวาดล้างกลุ่มแนวคิดสุดโต่งเช่นเดียวกับในหลายประเทศยุโรป

เหตุโจมตีที่บรัสเซลส์ ยังทำให้การก่อการร้ายกลับมาเป็นประเด็นสำคัญที่มีอิทธิพลในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอีกครั้ง โดยในระหว่างการเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารีที่รัฐแอริโซนา โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเรียกร้องให้ทางการใช้มาตรการแข็งกร้าวกับผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย ขณะที่ ฮิลลารี คลินตัน กล่าวย้ำให้อียูเพิ่มมาตรการจัดการชายแดนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจบรัสเซลส์เปิดเผยภาพ นาจิม ลาอาชราโอ หนึ่งในผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ก่อเหตุ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางแผนก่อเหตุในกรุงปารีสร่วมกับอับเดสลามเมื่อปีที่ผ่านมา ที่ยังหลบหนีอยู่ โดยตำรวจได้ติดตามเบาะแสไปยังที่พักของชายคนดังกล่าวและพบธงสัญลักษณ์ของกลุ่มไอเอสพร้อมอาวุธ ขณะที่ผู้ก่อเหตุอีก 2 ราย คือ คาลิด และ อิบราฮิม เอล-บักราอู เสียชีวิตในระเบิดพลีชีพ ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุที่กรุงปารีสเช่นกัน

ขณะที่หลายประเทศยกระดับคุมเข้มด้านความมั่นคงโดยเฉพาะการเดินทางสาธารณะ โดยสนามบินหลายแห่งในฝรั่งเศส สหรัฐ และอื่นๆ ประจำการเจ้าหน้าที่ตรวจค้นทั่วบริเวณ สนามบินหลายแห่งในเอเชียยกระดับการตรวจสอบความปลอดภัยทุกประตู พร้อมทั้งเพิ่มการตรวจสอบหาวัตถุต้องสงสัยตามจุดต่างๆ สนามบินซาเวนเทมยังไม่เปิดให้บริการและประกาศยกเลิกเที่ยวบินและเที่ยวรถไฟในบรัสเซลส์

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ ออกประกาศเตือนชาวอเมริกันในทุกประเทศยุโรปให้เฝ้าระวังการก่อเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ โดยเฉพาะในบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว สนามกีฬา ร้านอาหาร และการเดินทางสาธารณะ ขณะเดียวกัน กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (ดีเอชเอส) ระบุว่า ได้ประจำการเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมในสนามบินของเมืองใหญ่ รวมทั้งสถานีรถไฟทั่วทั้งประเทศ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับการโจมตีครั้งที่ผ่านมา กลุ่มก่อการร้ายมักจะมุ่งเป้าโจมตีสถานที่ชุมชนหรือแหล่งท่องเที่ยว มากกว่าพื้นที่เดินทางสาธารณะ โดยเหตุการณ์ที่กรุงปารีสนั้น ผู้ก่อเหตุมุ่งเป้าที่โรงละครหรือร้านอาหาร ส่วนเหตุการณ์ในกรุงจาการ์ตา ที่หลายฝ่ายระบุว่า ผู้ก่อเหตุพุ่งเป้าโจมตีสถานที่ท่องเที่ยวกลางแจ้ง นั่นอาจเป็นเพราะว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดในพื้นที่ขนส่งสาธารณะในหลายประเทศ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน