
ส่องอีเวนต์เมียนมา รับประธานาธิบดี ‘ถิ่นจอ’
สถานการณ์ในเมียนมาช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาถูกจับตาจากทั่วโลก ว่า “ใคร” จะขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ได้มาจากระบบการเลือกตั้ง
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
สถานการณ์ในเมียนมาช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาถูกจับตาจากทั่วโลก ว่า “ใคร” จะขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ได้มาจากระบบการเลือกตั้ง ในฐานะนอมินีของอองซานซูจี และผลก็เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าเป็น “ถิ่นจอ” ผู้นำพลเรือนคนแรกในรอบ 50 ปี ที่เข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมา
เกรียงไกร กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ผู้ดำเนินธุรกิจตัวแทนสื่อการจัดงานกิจกรรมทางการตลาด (อีเวนต์) กล่าวถึงภาพรวมตลาดเมียนมาขณะนี้ ผ่านมุมมองบริษัท เมียนมาร์ อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ หรือ MICV โดยระบุว่า ธุรกิจที่มีการเชื่อมโยงกับรัฐบาลเมียนมาทั้งหมด ทั้งในช่วงก่อนและหลัง กระทั่งประกาศผลการเลือกตั้งและรอผลการแต่งตั้งถึงผู้ที่จะขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนแรกนั้นต่างอยู่ในภาวะการจับตามอง ด้วยอาจยังมีความกังวลต่อนโยบายใหม่ของรัฐบาลเมียนมาที่จะให้การสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชนต่างชาติในด้านใดต่อเนื่องบ้าง
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ประกอบการธุรกิจต่างชาติในรายที่ได้รับใบอนุญาตอยู่แล้ว ก็เชื่อว่าจะยังดำเนินการได้ต่อไปตามแผนงานเดิม และพร้อมกับการเตรียมความพร้อมทางธุรกิจในด้านอื่นๆ
“ในช่วงนี้อาจอยู่ในภาวะชะลอตัวไปก่อน แต่ยังไม่ถึงกับสุญญากาศ โดยบรรยากาศคาดจะเริ่มคลี่คลายขึ้นหลังทราบผลการแต่งตั้งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการหลังวันที่ 17 มี.ค.นี้” เกรียงไกร ระบุ
ผู้บริหารบริษัท อินเด็กซ์ฯ กล่าวว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาภาพรวมเศรษฐกิจในเมียนมามีอัตราการเติบโตรวดเร็วมาก เห็นได้จากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวม (จีดีพี) เมียนมายังอยู่ที่ราวๆ 8-9% ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลสะท้อนยังกำลังซื้อของประชากรเมียนมาที่มีอัตราสูงขึ้นกว่าหลายปีก่อน และเป็นโอกาสทางธุรกิจของสินค้าเกือบทุกประเภททั้งที่เป็นแบรนด์ท้องถิ่นและแบรนด์สากล หรือแบรนด์ข้ามชาติ ที่เข้าไปขยายตลาดในเมียนมา
พร้อมระบุว่า จากสถานการณ์ดังกล่าวในเมียนมาขณะนี้ คาดยังต้องใช้เวลาอีกราว 1-2 เดือนนับจากนี้ เพื่อให้รัฐบาลใหม่จัดตั้งนโยบายด้านต่างๆ ให้เข้าที่ รวมถึงในส่วนของคณะกรรมการพัฒนากรุงย่างกุ้ง (Yangon City Development Committee : YCDC) จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่ายังมีตัวแปรที่น่าสนใจอยู่ คือ หลังจากเลือกตั้งรัฐบาลไปแล้วนั้น จะมีการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญเมียนมาเพื่อแก้ไขให้อองซานซูจี สามารถขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีได้หรือไม่ ซึ่งในเรื่องนี้คาดว่าอาจต้องใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 1 ปี
เกรียงไกร กล่าวถึงภาพรวมอุตสาหกรรมการตลาดเมียนมาในช่วงที่ผ่านมา พบว่าเจ้าของสินค้าทั้งแบรนด์ท้องถิ่น และแบรนด์ข้ามชาติต่างหันมาใช้งบประมาณเพื่อการทำตลาดมากขึ้น อย่าง เมียนมาเบียร์ สินค้าเครื่องดื่มเบียร์อันดับ 1 ของเมียนมา ที่ทุ่มงบการจัดกิจกรรมทางการตลาดมากขึ้น เพื่อป้องกันส่วนแบ่งตลาดเบียร์ของตัวเอง
จากแนวโน้มดังกล่าวผลักดันให้ธุรกิจบริษัทในเมียนมาช่วงไตรมาสแรกปีนี้ มีอัตราการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ต่ำกว่า 4-5 เท่าตัวเทียบจากปีก่อน จาก 2 ปัจจัยสนับสนุน คือ 1.การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวมของเมียนมา และ 2.กลุ่มลูกค้า สินค้าแบรนด์ท้องถิ่น ที่ขยายการใช้งบมากขึ้น
ขณะที่บริษัท MICV ยังอยู่ระหว่างการปรับองค์กรใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับการทำตลาดในเมียนมามากขึ้น พร้อมมีแผนขยายธุรกิจใหม่ ด้านธุรกิจสื่อในเมียนมาคาดว่าจะมีความชัดเจนในไตรมาส 3 ปีนี้
บริษัท อินเด็กซ์ฯ มองเห็นศักยภาพในอุตสาหกรรมสื่อในเมียนมาที่จะขยายพุ่งขึ้นอีกมากนับจากนี้







