
ร้อกเวิธ ยึด ‘อินเดียโมเดล’ ตีตลาดเฟอร์นิเจอร์ซีแอลเอ็มวี
บริษัท ร้อกเวิธ (Rockworth) ผู้ดำเนินธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานแบบครบวงจรสัญชาติไทย
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
บริษัท ร้อกเวิธ (Rockworth) ผู้ดำเนินธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานแบบครบวงจรสัญชาติไทย ที่บุกเบิกธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2515 ถึงปัจจุบัน กำลังคิดการใหญ่ นอกจากจะนำกิจการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว ยังได้ขยายการทำธุรกิจระบบเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน ผ่านตัวแทนขาย (ดีลเลอร์) ครอบคลุมไม่ต่ำกว่า 22 ประเทศทั่วโลก
ขณะเดียวกัน ได้ขยายตลาดเฟอร์นิเจอร์สำนักงานออกไปจนเกือบทุกประเทศอาเซียน และที่ยังเตรียมแผนรุกกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ไล่ตั้งแต่กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ให้มากขึ้น จากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเป็นทางการในปีนี้
ไชยยงค์ พงษ์สุทธิมนัส ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ร้อกเวิธ กล่าวถึงความน่าสนใจในการทำตลาดระบบสำนักงานเฟอร์นิเจอร์ในซีแอลเอ็มวี โดยเฉพาะในเมียนมา กัมพูชา และ ลาว ที่บริษัทได้เริ่มเข้าไปทำตลาดผ่านดีลเลอร์ท้องถิ่นไม่ต่ำกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา
ประเทศเมียนมาในเวลานี้ บริษัทมองเห็นโอกาสทางการตลาดที่ยังเติบโตสูงขึ้นอีกมากในอนาคต จากปัจจัยการเปิดประเทศ ที่ส่งผลต่อบรรยากาศการเข้าไปลงทุนใหม่ๆ ในหลายๆ ธุรกิจ ทั้งจากนักลงทุนในประเทศ และบริษัทข้ามชาติ ทำให้เกิดการจัดตั้งสำนักงานใหม่ พร้อมความต้องการสินค้าเฟอร์นิเจอร์สำนักงานเพิ่มขึ้นตามมา
“หลังจากเมียนมาเปิดประเทศ มีหลายปัจจัยบวกที่เอื้อต่อการเข้าไปลงทุน ทั้งกำลังซื้อจากจำนวนประชากรกว่า 60 ล้านคนที่ใกล้เคียงกับไทย การเมืองที่กำลังมีการเลือกตั้งประธานาธิบดี เศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มดี ทำให้มีนักลงทุนชาติต่างๆ อย่าง ญี่ปุ่น จีน และไทย เข้าไปทำธุรกิจมากขึ้น พร้อมกับการขยายสำนักงานสาขาในเมืองต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นตามมา” ไชยยงค์ กล่าว
ขณะที่กลยุทธ์การทำตลาดในเมียนมานั้น ส่วนหนึ่งบริษัทจะใช้ประสบการณ์จากการทำตลาดต่างประเทศมาปรับใช้ โดยเฉพาะการใช้ “อินเดีย โมเดล” ด้วยทั้ง 2 ประเทศดังกล่าวจะค่อนข้างมีความคล้ายคลึงกันทางด้านสังคม เพราะประกอบด้วยชนกลุ่มต่างๆ จำนวนมาก ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้พันธมิตรธุรกิจท้องถิ่นในประเทศที่มีความคุ้นเคยในแต่ละพื้นที่เข้ามาช่วยดำเนินการ ซึ่งแนวทางนี้สามารถปรับไปใช้กับการทำตลาดประเทศอื่นๆ ในอาเซียนได้ด้วย
ไชยยงค์ กล่าวถึงตลาดเฟอร์นิเจอร์สำนักงานในอินเดีย ที่บริษัทได้เข้าไปไม่ต่ำกว่า 5 ปี ด้วยมองเห็นศักยภาพตลาดที่มีขนาดใหญ่ และยังเป็นประตูที่สามารถเชื่อมตลาดสู่ตะวันออกกลางได้อีกด้วย ซึ่งการทำธุรกิจในช่วงแรกจะอาศัยพันธมิตรท้องถิ่น เพื่อดูแลกฎระเบียบ ข้อบังคับกฎหมายต่างๆ ที่นักลงทุนต่างชาติยังขาดความชำนาญ เช่น บริษัท ร้อกเวิธ อินเดีย ผู้ลงทุนคนไทยจะสามารถถือหุ้นได้ในสัดส่วน 41% ขณะที่คนท้องถิ่นต้องมีสัดส่วน 51% เป็นต้น
ขณะที่โครงสร้างของบริษัท ร้อกเวิธ อินเดีย ในปัจจุบัน จะมีพนักงานคนไทยจำนวน 4 คน ที่เข้าไปดูแลการทำธุรกิจ ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและการผลิต เจ้าหน้าที่วางแผนการผลิตวิศวกรรม และเจ้าหน้าที่จัดหาวัตถุดิบภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 3-4 ปีแรกของการทำธุรกิจ ยอมรับว่าผลดำเนินการยังไม่ดีนัก แต่ในช่วงปี 2558 ที่ผ่านมา จนถึงในขณะนี้ เริ่มมีสัญญาณบวกที่ดีจากยอดขายที่เติบโตขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากระบบการบริหารจัดการที่เข้าที่แล้ว ซึ่งนักธุรกิจที่จะเข้าไปในตลาดนี้จะต้องมีความเข้าใจในด้านวัฒนธรรม สังคมของคนอินเดียที่ยังมีเรื่องวรรณะ และการใช้ภาษา ฯลฯ
ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานผลิตอยู่ในเมืองเชนไน เพื่อรองรับความต้องการสินค้าที่สามารถจัดหาไปยังเมืองต่างๆ ทั้งมุมไบ นิวเดลี บังกาลอร์ เป็นต้น ผ่านสำนักงานขายของบริษัทในแต่ละเมือง ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทข้ามชาติที่ขยายกิจการเข้าไปลงทุนในอินเดีย
นอกจากนี้ การใช้สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนก็มีส่วนสำคัญไม่น้อย อย่างการตั้งโรงงานบริษัทในเมืองศี ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษที่ได้รับการส่งเสริมด้านการค้าการลงทุนของรัฐบาล ที่นักลงทุนต่างชาติสามารถนำเครื่องจักรเข้าไปได้โดยไม่เสียภาษี หรือในช่วง 5 ปีแรกของการดำเนินธุรกิจยังจะได้รับการยกเว้นด้านภาษีเงินได้ เป็นต้น
ไชยยงค์ ชี้แจงว่า หลังจากทำตลาดในอินเดียมาได้ระยะหนึ่ง ทำให้มองเห็น 3 ปัญหาอุปสรรคหลักสำหรับชาวต่างชาติ คือ วัฒนธรรม ข้อกฎหมาย และระบบการเงินการธนาคาร ซึ่งหากมีความเป็นไปได้ในภาคธุรกิจการเงินการธนาคารสัญชาติไทยก็ควรที่จะเข้าดำเนินธุรกิจในอินเดียด้วย เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกรรมระหว่างกิจการของผู้ประกอบการไทยในอินเดีย
ปัจจุบัน ร้อกเวิธ อินเดีย มียอดขายประมาณ 600 ล้านรูปี และในปี 2559 บริษัทวางเป้าหมายอัตราเติบโตรายได้ไม่ต่ำกว่า 15% โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นธุรกิจท้องถิ่นในประเทศ 35% และธุรกิจข้ามชาติ 65%
ไชยยงค์เชื่อมั่นว่า จากประสบการณ์การทำตลาดในอินเดีย บริษัทมั่นใจว่ายังจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการทำตลาดในอาเซียนได้เป็นอย่างดี จากในช่วงที่ผ่านมานอกจากการที่บริษัทเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดเฟอร์นิเจอร์สำนักงานในประเทศแล้ว โดย Rockworth ยังเตรียมขยับสู่การเป็นแบรนด์ลีดเดอร์ในภูมิภาคอาเซียน
โดยเฉพาะในตลาดซีแอลเอ็มวี ที่บริษัทวางเป้าหมายยอดขายเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20% นับจากนี้ไป







