
อิเหนาปรับโลจิสติกส์
อินโดนีเซียเปิดให้ธุรกิจใช้คลังสินค้าร่วม หวังลดค่าใช้จ่ายการโลจิสติกส์ สู้ประเทศเพื่อนบ้าน
อินโดนีเซียเปิดให้ธุรกิจใช้คลังสินค้าร่วม หวังลดค่าใช้จ่ายการโลจิสติกส์ สู้ประเทศเพื่อนบ้าน
ประธานาธิบดี โจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย เป็นประธานเปิดตัวโครงการศูนย์โลจิสติกส์ให้ธุรกิจใช้คลังสินค้าร่วมกัน เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านการลดค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าทั่วประเทศ
“รัฐบาลต้องการลดค่าใช้จ่ายในกระบวนการขนส่ง และโลจิสติกส์ของอินโดนีเซียให้เท่ากับในประเทศเพื่อนบ้าน หรือในระดับใกล้เคียงกัน เพราะหากเราไม่สนใจทำเรื่องนี้ก็ไม่มีทางที่จะสามารถแข่งขันได้ ปัจจุบันค่าใช้จ่ายส่วนนี้ของอินโดนีเซียสูงกว่าในสิงคโปร์ถึง 2.5 เท่า” ประธานาธิบดีโจโก กล่าว
ทั้งนี้ รายงานชี้วัดความสามารถด้านโลจิสติกส์ของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เปิดเผยว่า ความสามารถด้านโลจิสติกส์ของอินโดนีเซียอยู่ในลำดับที่ 53 ต่ำกว่าเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่างมาเลเซีย ไทย และสิงคโปร์
ด้านกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้ให้ใบอนุญาตแก่บริษัท 11 แห่ง สำหรับดำเนินการก่อตั้งและจัดการ แวร์เฮาส์-แชร์ริ่ง หรือศูนย์โลจิสติกส์ โดยมีทั้งบริษัทต่างชาติและบริษัทอินโดฯ ที่ได้ใบรับอนุญาต ได้แก่ หน่วยงานของผู้ผลิตรถยนต์โตโยต้าโวพัค บริษัทโลจิสติกส์จากเนเธอร์แลนด์ อจิลิตี้ บริษัทโลจิสติกส์จากคูเวต และ ปิโตรซี บริษัทด้านพลังงานของอินโดนีเซีย
นายบัมบัง บรอดโจเนโกโร รัฐมนตรีคลังของอินโดนีเซีย ระบุว่า บริษัทต่างๆ สามารถนำสินค้าคงคลังมาเก็บไว้ในโกดังของศูนย์โลจิสติกส์ได้นานสุด 3 ปี รวมทั้งบริษัทเหล่านี้ยังสามารถรับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นทางภาษีอื่นๆ ด้วย ซึ่งเป็นประโยชน์มากยิ่งกว่าการเก็บสินค้าคงคลังในคลังสินค้าแบบปกติในเขตพื้นที่ทัณฑ์บน ซึ่งเก็บได้เพียง 1 ปี
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ออกมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในประเทศที่รัฐบาลประกาศตั้งแต่เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา โดยภายใต้มาตรการดังกล่าว มีการเสนอมาตรการจูงใจสำหรับธุรกิจให้สามารถเก็บสินค้าและวัตถุดิบที่นำเข้ามาในประเทศ ได้โดยไม่ต้องเสียค่าภาษีอากร หรือมีหนังสือค้ำประกันของธนาคาร ในพื้นที่เขตทัณฑ์บน
นอกจากนี้ ศูนย์โลจิสติกส์ยังเตรียมขยายพื้นที่คลังสินค้าในบริเวณท่าเรือที่มีการขนส่งหนาแน่น เพื่อให้การจัดการศุลกากรมีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น
นายบัมบัง กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายว่าจะเปิดศูนย์โลจิสติกส์ใหม่ๆ ถึง 50 แห่ง ภายในปี 2560 และคาดว่าภายใน 2-3 ปี อินโดนีเซียจะกลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียน







