
ฟินเทคปฏิวัติการเงิน
เทคโนโลยีทางการเงิน หรือฟินเทค กำลังจะกลายมาเป็นสิ่งที่ปฏิวัติวงการการเงิน เนื่องจากสถาบันการเงินหลักในปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสูง และยังมีปัญหาความขัดแย้งของผลประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งปัญหาด้านจริยธรรม
เทคโนโลยีทางการเงิน หรือฟินเทค กำลังจะกลายมาเป็นสิ่งที่ปฏิวัติวงการการเงิน เนื่องจากสถาบันการเงินหลักในปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสูง และยังมีปัญหาความขัดแย้งของผลประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งปัญหาด้านจริยธรรม
มาร์ติน วูล์ฟ หัวหน้านักวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจของไฟแนนเชียล ไทมส์ ระบุว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบการเงิน เนื่องจากธุรกิจการเงินเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับข้อมูลเช่นกัน โดยธุรกิจการเงินมีรายได้จากไอทีมากกว่าธุรกิจอื่นๆ ด้วยซ้ำ
เมื่อพิจารณาการดำเนินการหลัก 3 อย่างของธนาคาร คือ หน้าที่ในการดำเนินธุรกรรม (การใช้จ่าย) หน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างนักลงทุนและผู้ที่ต้องการออมเงิน (การให้สินเชื่อ) และหน้าที่การบริการด้านประกันภัย ล้วนเป็นหน้าที่เกี่ยวข้องกับระบบข้อมูลสารสนเทศทั้งสิ้น เช่น ผู้ใช้บริการทำธุรกรรมต้องการรู้ว่าการตัดบัญชีเรียบร้อยดีไหม หรือผู้ที่จะออมเงินต้องการรู้ว่าเงินที่เอามาฝากครอบคลุมความเสี่ยง
ขณะที่ทุกวันนี้ธนาคารและบริษัทประกันถือเป็นสถาบันการเงินหลัก โดยธนาคารจัดการระบบการใช้จ่ายเป็นผู้สร้างเงินหมุนเวียนเกือบทั้งหมดในระบบเศรษฐกิจ และเป็นผู้สร้างเครื่องมือทางการเงินต่างๆ รวมทั้งเป็นเหมือนเป็นตัวกลางก่อให้เกิดตลาด ขณะที่บริษัทประกันรับบทเป็นตัวกลางในการประเมินและจัดการความเสี่ยง
เช่นนี้แล้ว ทำไมฟินเทคถึงจะเข้ามาแทนที่สถาบันการเงินทั้งสองนี้ คำตอบคือ ปัญหาของสถาบันการเงินโดยเฉพาะ ธนาคารที่ไม่มีประสิทธิภาพ มีค่าใช้จ่ายสูง และปัญหาเรื่องผลประโยชน์ ซึ่งนำไปสู่พฤติกรรมที่ผิดจริยธรรมต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นตัวก่อวิกฤตต่างๆ ด้วย
นอกจากนี้ สถาบันการเงินเหล่านี้ยังไม่ปรับตัว ขณะที่เทคโนโลยีใหม่อาจจะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างน้อยใน 2 ประการคือ
ประการแรก ฟินเทคช่วยเปลี่ยนแปลงระบบการใช้จ่ายเป็นการตัดบัญชีแบบเรียลไทม์ผ่านบัญชีแยกประเภทต่างๆ ประโยชน์คือความสะดวกและมีการเก็บประวัติการใช้จ่ายได้ในระบบบัญชีแยกประเภท
ประการที่สอง ฟินเทคก่อให้เกิดการกู้ยืมระหว่างบุคคล (พีทูพี) ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ทำให้ผู้ที่ต้องการลงทุนและผู้ที่ต้องการออมเงินสามารถเจอกันได้โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง
อย่างไรก็ตาม ระบบจัดเก็บข้อมูลของฟินเทคที่ดูเหมือนจะทำให้การใช้จ่ายปลอดภัยขึ้น แต่ยังมีช่องโหว่สำหรับการก่ออาชญากรรมด้วยเช่นกัน ทั้งนี้การจะลดปัญหานี้คือ ความก้าวหน้ายิ่งขึ้นของระบบข้อมูล ขณะที่ระบบการเงินแบบธนาคารจำเป็นต้องปรับตัว ด้วยความช่วยเหลือของผู้กำหนดนโยบายผ่านการเฝ้าระวังและควบคุม







