
ตลาด 'ฮาลาล' โอกาสไทยในมาเลเซีย
มาเลเซียประเทศที่ถือว่าเป็นตลาดอาหารฮาลาลที่มีขนาดใหญ่ โดยประชากรกว่า 60% ของจำนวนประชากรทั้งหมด 30 ล้านคนนั้นนับถืออิสลาม
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
มาเลเซียประเทศที่ถือว่าเป็นตลาดอาหารฮาลาลที่มีขนาดใหญ่ โดยประชากรกว่า 60% ของจำนวนประชากรทั้งหมด 30 ล้านคนนั้นนับถืออิสลาม ส่งผลให้ตลาดอาหารฮาลาลของมาเลเซียเป็นที่ยอมรับจากองค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) ที่มีสมาชิกจาก 57 ประเทศอิสลามทั่วโลก อีกทั้งยังถูกตั้งเป้าให้เป็นศูนย์กลางอาหารฮาลาลของโลกด้วย ซึ่งเป็นโอกาสของไทยที่จะได้เข้าไปขยายตลาดอาหารฮาลาลในมาเลเซียและเข้าถึงตลาดขนาดใหญ่อื่นๆ
มุสตาปา โมฮาเหม็ด รัฐมนตรีการค้าและอุตสาหกรรมระหว่างประเทศของมาเลเซีย กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง "โอกาสธุรกิจไทย-มาเลเซีย" ว่ามาเลเซียเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลมาก เพราะอาหาร ฮาลาลเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การส่งออกของมาเลเซีย ทว่าในด้านมูลค่าการส่งออกอาหาร ฮาลาลของมาเลเซียยังน้อยมาก ขณะที่การนาเข้าสินค้าในปี 2555 สูงถึง 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเฉลี่ย 23% ต่อปี
นอกจากนี้ รัฐบาลยังสนับสนุนให้มาเลเซียเป็นอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลของโลก โดยปัจจุบันได้เปิดประเทศเสรีให้นักลงทุนต่างชาติสามารถถือหุ้นในโครงการอุตสาหกรรมต่างๆ ได้ 100% และได้ผ่อนผันให้มีกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการที่ต่างชาติจะเข้ามาร่วมลงทุนกับบริษัทในประเทศ โดยมีเงื่อนไขเพียงให้ชาวมาเลย์ถือหุ้นในกิจการนั้นอย่างน้อย 30% ของการลงทุน ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปลงทุนขยายตลาดสินค้าอาหารฮาลาลในมาเลเซีย
"ไทยเป็นคู่ค้าร่วมกับมาเลเซียมายาวนานจนเป็นตลาดส่งออกอันดับ 5 ของมาเลเซีย ซึ่งหากไทยกับมาเลเซียร่วมมือกันลงทุนผลิตภัณฑ์ ฮาลาลร่วมกันในอนาคต โดยให้นักลงทุนไทยเข้าไป ต่อยอดธุรกิจของตัวเองผ่านการลงทุนในมาเลเซีย ในอนาคตอาจจะสามารถขยายไปจนถึงช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดฮาลาลของโลกได้" มุสตาปา กล่าว
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าไปขยายตลาดสินค้าอาหารฮาลาลได้ ทั้งอาหารสำเร็จรูปและวัตถุดิบ เพราะมาเลเซียเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง โดยในปี 2555 รายได้ของชาวมาเลเซียอยู่ที่ 1.03 หมื่นเหรียญสหรัฐ/คน/ปี ขณะที่รายได้ต่อคนต่อปีของไทยอยู่แค่ 5,310 เหรียญสหรัฐ โดยสาเหตุที่ชาวมาเลเซียนิยมสินค้าอาหาร ฮาลาลของไทย เพราะมีวัฒนธรรมในการรับประทานอาหารคล้ายกัน และการที่ประชากรมีกำลังซื้อสูงสินค้าอาหารนำเข้าจึงมีราคาแพงกว่าราคาสินค้าอาหารภายในประเทศ
มุสตาปา กล่าวอีกว่า มาเลเซียยังมีแนวคิดที่จะร่วมมือกับไทย เพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล โดยอาศัยจุดแข็งของแต่ละประเทศในการผลิตให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและมีศักยภาพ โดยปัจจุบันรัฐบาล มาเลเซียเน้นและพัฒนาวัตถุดิบที่ใช้ผลิตอาหารโดยยกเว้นภาษีนำเข้าให้ในอัตรา 0% ด้วย
วิมล ปั้นคง ผู้อำนวยการ สำนักพัฒนาองค์ความรู้ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ไอทีดี) กล่าวว่า โอกาสทางการลงทุนของมาเลเซียนั้นยังเปิดกว้างอยู่มาก ซึ่งหากผู้ประกอบการไทยใช้โอกาสจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในการขยายตลาดอาหารฮาลาลในมาเลเซีย ก็จะทำให้มีโอกาสเติบโตสูงมาก เพราะมาเลเซียนั้นมีปัญหาเริ่มขาดแคลนแรงงานและวัตถุดิบรวมไปถึงด้านการตลาดทางธุรกิจ
ส่วนทางด้านเทคโนโลยีมาเลเซียและไทยมีความชำนาญที่แตกต่างกัน ทำให้ทั้งสองฝ'ายนั้นตกลงที่จะจับมือกันเพื่อแสวงหาโอกาสร่วมกัน เพื่อขยายตลาดอาหารฮาลาลไปสู่ประเทศอื่นๆ ทั้งในประเทศอาเซียนและประเทศมุสลิมทั่วโลกได้ ในอนาคตเศรษฐกิจทางการตลาดอาหาร ฮาลาลจะมีศักยภาพและมีบทบาทมากขึ้น จากจำนวนการเพิ่มของประชากรชาวมุสลิมทั่วโลก
หากไทยกับมาเลเซียร่วมมือกันในการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ก็จะเกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมอาหารของทั้งสองประเทศ







