
ผลวิจัยชี้ "ซิกา" ทำลายสมอง ทำทารกเสี่ยงตายในครรภ์
ผลวิจัยระบุเชื้อไวรัสซิกาทำลายเนื้อเยื่อสมอง สาเหตุภาวะศีรษะเล็กในเด็กทารก
ผลวิจัยระบุเชื้อไวรัสซิกาทำลายเนื้อเยื่อสมอง สาเหตุภาวะศีรษะเล็กในเด็กทารก
วารสารเซลล์ สเต็ม เซลล์ เปิดเผยผลการวิจัยพบว่า มีความเป็นไปได้ 90% ที่เชื้อไวรัสซิกาทำลายเนื้อเยื่อในสมองที่กำลังพัฒนา ซึ่งทำลายหรือขัดขวางการเติบโตเซลล์ต้นกำเนิดของระบบประสาท โดยผลการวิจัยดังกล่าวเพิ่มแนวโน้มที่เชื้อไวรัสซิกาอาจเป็นต้นเหตุของภาวะศีรษะเล็กในเด็กทารกแรกเกิด
ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอพส์กิน มหาวิทยาลัยรัฐฟลอริดา และมหาวิทยาลัยอีมอรี นำตัวอย่างเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อไวรัสซิกามาวิเคราะห์เชื้อ พบว่า ไวรัสซิกาทำลายกลไกสร้างสมองและระบบประสาทในเนื้อเยื่อสมองที่กำลังพัฒนา
กัวลีหมิง หนึ่งในทีมวิจัย ระบุว่า ผลการศึกษาดังกล่าวมีความสำคัญต่อการหาความเชื่อมโยงระหว่างเชื้อไวรัสซิกากับภาวะศีรษะเล็ก อย่างไรก็ดี ข้อสันนิษฐานดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ 100% ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกัน
“เซลล์ต้นกำเนิดประสาทมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกทำลายจากเชื้อไวรัสซิกา โดยเฉพาะเปลือกสมอง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่นำไปสู่ภาวะศีรษะเล็ก” กัวลีหมิง ระบุ
ขณะเดียวกัน รอยเตอร์สรายงานอ้างผลวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ พบว่า มีความเป็นไปได้ 29% ที่ตัวอ่อนในครรภ์มารดาที่ติดเชื้อไวรัสซิกามีความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด เช่น เสียชีวิตระหว่างอยู่ในครรภ์มารดา สมองไม่พัฒนา น้ำคร่ำน้อยกว่าปกติ ตัวอ่อนหยุดการเจริญเติบโต และระบบประสาทส่วนกลางได้รับความเสียหาย ซึ่งอาจส่งผลให้ตาบอด
เนียลสัน ศาสตราจารย์ด้านกุมารเวชจากวิทยาลัยการแพทย์ เดวิดเกฟเฟน มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส ระบุว่า พบความเชื่อมโยงระหว่างเชื้อไวรัสซิกาและภาวะผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์ ถึงแม้ตัวอ่อนในครรภ์จะไม่ติดเชื้อไวรัส แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่ซิกาจะเป็นอันตรายต่อรกและอาจนำไปสู่การเสียชีวิตระหว่างตั้งครรภ์ได้
ขณะที่วารสารทางการแพทย์ พีแอลโอเอส เนกเลคท์ ทรอปิคอล ดีซีส พบว่า สมองของทารกที่เกิดจากมารดาติดเชื้อซิกาเต็มไปด้วยของเหลวแทนที่ส่วนของสมอง
ภาพ...เอเอฟพี







