
ซีอีโอบีพีลั่นยกเครื่องบริษัท
โพสต์ทูเดย์
— ว่าที่ผู้บริหารใหม่บีพีแสดงวิสัยทัศน์ ขณะที่ว่าที่อดีตผู้บริหารกลับยิ่งยั่วยุสหรัฐโรเบิร์ต ดัดลีย์ ว่าที่ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัท บริติช ปิโตรเลียม ลั่นภารกิจด่วนประการแรกของบริษัทคือการแก้ไขวิกฤตน้ำมันรั่วในอ่าวเม็กซิโก โดยเร็วที่สุด ขณะที่ประธานยืนยันเตรียมยกเครื่องบริษัทครั้งใหญ่ ภายหลังจากที่บริษัทต้องพบกับความสูญเสียเป็นประวัติการณ์ถึง 1.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.2 แสนล้านบาท) ในไตรมาส 2
“
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเราจะต้องเรียนรู้บทเรียนอย่างมากจากอุบัติ เหตุที่เกิดขึ้นกับชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก เราจะต้องจัดการกับวัสดุอุปกรณ์ บุคลากร และบริษัทต่างๆ และด้วยการกระบวนการจัดการเหล่านี้ ทั้งบีพีและอุตสาหกรรมน้ำมันจะต้องเรียนรู้อย่างมาก” ดัดลีย์ กล่าว หลังจากมีการประกาศว่า โทนี เฮย์เวิร์ด ได้ลาออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการในเดือน ต.ค.นี้ และดัดลีย์จะรับตำแหน่งแทนในวันที่ 1 ต.ค.ด้านผู้บริหารของบีพี ย้ำว่า บริษัทจำเป็นจะต้องปรับปรุงแนวทางการดำเนินธุรกิจใหม่ภายหลังประสบกับวิกฤตน้ำมันรั่ว โดยบีพีจะเป็นธุรกิจที่มีความยืดหยุ่นขึ้น และมีคุณภาพมากขึ้น คาร์ลเฮนริค สแวนเบิร์ก ประธานบีพี กล่าวว่า ภารกิจเร่งด่วนในขณะนี้คือ การอุดรอยรั่วและจำกัดคราบน้ำมันอย่างถาวร
อย่างไรก็ตาม ว่าที่อดีตซีอีโอของบีพีกลับยังสร้างความไม่พอใจต่อสหรัฐอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดโอดครวญว่า ถูกทำให้เป็นคนร้ายและปีศาจจากความหละหลวมจนเกิดวิกฤตน้ำมันรั่ว ทั้งยังระบุว่า ไม่ได้รับความยุติธรรม ซึ่งถ้อยแถลงนี้ยังผลให้สาธารณชนสหรัฐออกมาโต้อย่างดุเดือด รวมถึงโฆษกทำเนียบขาว
“
ผมไม่คิดว่าจะมีใครในประเทศไหนที่จะรู้สึกเสียดายอดีตซีอีโอของบีพีจนเกินกว่าเหตุ” โรเบิร์ต กิบส์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าว ขณะที่วุฒิสมาชิกโรเบิร์ต เมเนนเดซ ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะไต่สวนวิกฤตน้ำมันรั่วของสภาคองเกรสชี้ว่า เฮย์เวิร์ดสนใจแต่เพียงเงินชดเชยหลายล้านเหรียญสหรัฐที่จะได้รับภายหลังลาออกจากตำแหน่ง






