posttoday
วิกฤตตลาดทุนเขย่าธนาคารกลาง

วิกฤตตลาดทุนเขย่าธนาคารกลาง

22 มกราคม 2559

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ท่ามกลางภาวะความผันผวนอย่างหนักที่เกิดขึ้นในตลาดทุน ทั้งในสหรัฐ เอเชีย และยุโรป ส่งผลให้บรรดานักลงทุนทั่วโลกต่างจับตามองท่าทีของบรรดาธนาคารกลางว่าจะตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร

ล่าสุด มาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศคงระดับอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.05% ส่วนดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ -0.3% และอัตราภาษีส่วนเพิ่มอยู่ที่ 0.3% ซึ่งเป็นไปตามผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ของบลูมเบิร์กที่คาดการณ์ว่า อีซีบีจะยังคงอัตราดอกเบี้ยต่างๆ ในระดับเดิม

จากท่าทีดังกล่าวของอีซีบี ส่งผลให้เงินยูโรแข็งค่าขึ้นทันที 0.2% อยู่ที่ 1.0907 เหรียญสหรัฐ/ยูโร ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนคาดว่าอีซีบีอาจจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในการประชุมครั้งต่อไปในเดือน มี.ค.ที่จะถึงนี้

ด้าน ฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ยืนยันจะไม่มีการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบในตอนนี้ และจะไม่มีการปรับลดการใช้มาตรการทางการเงิน โดยระบุว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ พร้อมย้ำว่า การปรับขึ้นเงินเดือนในเดือน เม.ย.นี้มีความสำคัญอย่างมาก

“การใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เหมือนที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ใช้ดอกเบี้ยติดลบ แต่กลับประสบความสำเร็จในการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ” คุโรดะ ระบุ

ราคาน้ำมันที่ต่ำกว่า 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เงินเยนที่แข็งค่า และความผันผวนในตลาด ยิ่งเพิ่มความกดดันให้บีโอเจลดการใช้มาตรการทางการเงิน

ขณะเดียวกัน โมฮาเหม็ด แอล-แอเรียน หัวหน้าที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของอัลไลแอนซ์ ผู้ให้บริการทางการเงินในยุโรป ระบุว่า สถานการณ์ในตลาดการเงินที่มีความผันผวนอย่างหนัก ส่งสัญญาณว่าเฟดอาจไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ม.ค.นี้ แต่แนวโน้มที่เฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในปี 2016 ยังคงมีอยู่

ขณะที่รอยเตอร์สรายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) สหรัฐในเดือน ธ.ค. 2015 ที่ปรับตัวลง 0.1% เนื่องจากราคาพลังงานและอาหารลดลง ส่งสัญญาณถึงอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ และทำให้ความหวังว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มี.ค.ลดลง

นอกจากนี้ แอล-แอเรียน ยังแนะให้บรรดานักลงทุนถือครองเงินสดไว้มากกว่าลงทุนในตลาด หลักทรัพย์

น้ำมันฉุดหุ้นมะกันวิกฤต

ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ตลาดไนเมกซ์ สหรัฐ ร่วงลงอย่างหนักถึง 8% ระหว่างการซื้อขายอยู่ที่ 26.19 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 13 ปี ก่อนจะดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ 26.76 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่งผลให้การซื้อขายน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเมื่อวันที่ 20 ม.ค. ในตลาดสหรัฐปรับตัวลง 6.7%

ส่วนน้ำมันดิบเบรนต์ปรับตัวลง 3.1% ระหว่างการซื้อขายอยู่ที่ 27.88 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ระดับต่ำที่สุดในรอบ 12 ปี ก่อนจะดีดตัวกลับขึ้นมาแตะที่ 28.22 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่งผลให้การซื้อขายน้ำมันดิบเบรนต์ในวันเดียวกันปรับตัวลง 1.9%

ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐปิดตัวในแดนลบ โดยเฉพาะดัชนีพลังงาน อาทิ ดัชนีภาคพลังงานของเอสแอนด์พีร่วงลงอย่างหนักถึง 2.93% หุ้นของบริษัทพลังงานเอ็กซอนโมบิลดิ่งลง 4.21% และหุ้นเชฟรอนร่วงลง 3.10%

ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 1.17% ปิดตลาดที่ 1,859.33 จุด ระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2014 ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวลง 1.56% ปิดตลาดที่ 15,766.74 จุด และดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต ร่วง 0.12% ปิดที่ 4,471.69 จุด

ส่งผลให้ดัชนีฟุตซี่ ออล เวิลด์ ร่วงลงต่ำกว่า 20% ระหว่างการซื้อขาย ส่งสัญญาณถึงการเข้าสู่ภาวะตลาดหมีในเชิงเทคนิค หลังจากที่ตลาดหุ้นจีนและญี่ปุ่นเปิดฉากเข้าสู่ภาวะตลาดหมีแล้วก่อนหน้านี้

แอนโธนี คารีดาคิส หัวหน้านักกลยุทธ์เศรษฐศาสตร์ของมิลเลอร์ ทาบัค บริษัทจัดการหลักทรัพย์ ระบุว่า ตลาดหุ้นโลกมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง เพราะความเสี่ยงในตลาดหลักทรัพย์โลกยังไม่มีเสถียรภาพ

ดาวอสไม่มั่นใจ ศก. 2016 ดีจริง

ความเชื่อมั่นของผู้เข้าร่วมการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ที่ดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ บางรายต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจโลกปี 2016 กลับลดลง โดย โจเซฟ สติกลิตซ์ นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ระบุว่า ความผันผวนในตลาดสะท้อนถึงบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติและไม่เป็นเหตุเป็นผลกัน ซึ่งหมายความว่ามุมมองด้านบวกต่อเศรษฐกิจโลกนั้นไม่ถูกต้อง

“เฟดยังไม่เข้าใจว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรือการที่บราซิลขึ้นดอกเบี้ยนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ดี เนื่องจากมุมมองของธนาคารกลางมักจะไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของเศรษฐกิจโลก” สติกลิตซ์ กล่าว

ด้าน จอห์น เวห์เมเยอร์ ประธานเคพีเอ็มจี บริษัทตรวจสอบบัญชีและภาษียักษ์ใหญ่ของโลก ระบุว่า สภาพทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ใช่สถานการณ์เดียวกับวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเศรษฐกิจขณะนี้กระทบต่อตลาดโลกอย่างมาก โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว

ขณะที่ คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่เป็นสมัยที่ 2 ทั้งนี้จะทราบผลในเดือน มี.ค.นี้

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา