posttoday
ดึงอาเซียน-ไทยเที่ยว ช่วยปั๊มรายได้ 2.41 ล้านล.

ดึงอาเซียน-ไทยเที่ยว ช่วยปั๊มรายได้ 2.41 ล้านล.

13 มกราคม 2559

หลังจากอวดยอดตัวเลขนักท่องเที่ยวและรายได้ในปี 2558 อย่างสวยงาม หลายตลาดเติบโตแบบก้าวกระโดด

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

หลังจากอวดยอดตัวเลขนักท่องเที่ยวและรายได้ในปี 2558 อย่างสวยงาม หลายตลาดเติบโตแบบก้าวกระโดด สวนทางกับรายได้ของภาคส่วนอื่นๆ ที่ติดลบกันถ้วนหน้า ทำให้ภาคท่องเที่ยววาดหวังว่า ปี 2559 จะเป็นอีกหนึ่งปีที่จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการท่องเที่ยวอีกครั้ง

“รัฐบาลได้ปรับเป้าหมายรายได้การท่องเที่ยวปีนี้เพิ่มอีก 1.1 แสนล้านบาท เป็น 2.41 ล้านล้านบาท จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 2.3 ล้านล้านบาท โดยไม่ได้ขอความคิดเห็นจากภาคเอกชนว่าการท่องเที่ยวมีแนวโน้มเติบโตในทิศทางใด” เป็นคำบอกเล่าของ สุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) หลังประชุมหารือกับ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ตัวแทนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

ในฐานะของภาคเอกชนที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ดังกล่าว สุรพงษ์เห็นว่าเป้าหมายใหม่นั้นถือเป็นรายได้ที่สูง และหากจะไปถึงฝั่งฝันดังกล่าวได้ ก็มองว่ารัฐบาลจำเป็นต้องลงทุนลงแรงวางแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด โฆษณาประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไปยังตลาดกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทย และคนในชาติอาเซียนที่ถือว่าเป็นเป้าหมายหลัก ที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตสูงในอนาคต

สำหรับแนวทางการกระตุ้นการท่องเที่ยวนั้น ททท.ต้องจัดลำดับความสำคัญของแต่ละตลาด มีการวางแผนขยายฐานนักท่องเที่ยวให้ครอบคลุมกลุ่มต่างๆ เช่น ผู้สูงอายุ นักเรียนนักศึกษา กลุ่มลูกค้าองค์กร เพื่อนำเสนอสินค้าท่องเที่ยวให้ตรงความต้องการของนักท่องเที่ยวในแต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะตลาดอาเซียนแผนการเชื่อมโยงยังไม่ชัดเจนมากนัก ว่าแนวทางความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนการท่องเที่ยวจะออกมาในรูปแบบใด

“เอกชนมองว่าแนวคิด 1 ตำบล 1 แหล่งท่องเที่ยว เป็นการพัฒนาสินค้าทางการท่องเที่ยวที่มากเกินความจำเป็น เพราะตำบลในประเทศไทยมีประมาณ 7,000-1 หมื่นแห่ง ควรปรับลดให้เหลือเพียง 1 อำเภอ 1 แหล่งท่องเที่ยว ซึ่งในอนาคตต้องคำนึงถึงการเดินทางเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวด้วยว่า จะมีกลุ่มใดเดินทางไป เพราะปัจจุบันไทยมีปัญหาเรื่องโครงสร้างพื้นฐานการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว”

อิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) แนะนำว่า ประเทศไทยต้องเร่งเจรจาหาคู่ค้าสมาชิกชาติอาเซียน โดยนำร่องกลุ่มประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) เพราะมีเขตติดต่อทางบกกับประเทศไทย สามารถกระจายการเดินทางทั้งทางบกและทางอากาศได้ รวมถึงไทยต้องเร่งวางแผนยุทธศาสตร์การตลาดอาเซียนให้ชัดเจน โดยหาข้อได้เปรียบเสียเปรียบเพื่อให้พัฒนาได้อย่างมีทิศทาง ซึ่งมองว่าในปี 2559 นักท่องเที่ยวอาเซียนจะเป็นตลาดหลักที่สำคัญในการสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับการท่องเที่ยวไทยควบคู่กับตลาดในประเทศได้

“กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และ ททท.ควรมีแผนส่งเสริมตลาดอาเซียนที่ชัดเจน  เพื่อให้ภาคเอกชนนำไปต่อยอดปรับแผนกลยุทธ์การตลาดบริษัทของตัวเองได้อย่างเหมาะสม ซึ่งมองว่าเป้าหมายรายได้ 2.41 ล้านล้านบาท ไม่มากเกินไป หากทุกฝ่ายร่วมบูรณาการอย่างแท้จริง อีกทั้งในปีที่ผ่านมารายได้ทางการท่องเที่ยวไทยสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึง 3 หมื่นล้านบาท”

ขณะเดียวกัน หากมองถึงทิศทางการท่องเที่ยวไทยในปีนี้ โดยประเมินจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการท่องเที่ยวประจำไตรมาสแรกปี 2559 พบว่าอยู่ที่ระดับ 103 สูงกว่าค่าปกติที่อยู่ในระดับ 100 สะท้อนความมั่นใจของธุรกิจท่องเที่ยวที่มีต่ออุตสาหกรรมในประเทศ เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ระดับ 98

โดยไตรมาสแรกปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 8.53 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 8.66% แบ่งเป็นตลาดอาเซียน 1.93 ล้านคน เพิ่มขึ้น 6.62% เอเชียตะวันออก 3.48 ล้านคน เพิ่มขึ้น 14.47% ยุโรป 1.71 ล้านคน ลดลง 11.40% ซึ่งมองว่าตลาดยุโรปยังชะลอการเดินทางท่องเที่ยวเพราะผลกระทบทางเศรษฐกิจ

ด้านแผนการเพิ่มรายได้ทางการท่องเที่ยวจากตลาดในประเทศ มองว่ารัฐบาลต้องขับเคลื่อนอย่างจริงจังในการกระตุ้นสร้างกิจกรรมที่หลากหลาย หากภาพรวมของเศรษฐกิจดีขึ้น คนไทยก็จะเดินทางมากขึ้น และเมื่อประกอบกับการออกแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวต่างๆ เช่น แคมเปญเที่ยวช่วยไทย ลุ้นชิงเงินล้าน 1 ล้านบาททุกเดือน น่าจะช่วยผลักดันให้รายได้การท่องเที่ยวไปถึงเป้าหมายได้ไม่ยากจนเกินไป

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน