
เน็ตฟลิกซ์เจาะตลาดเอเชีย วิวัฒนาการใหม่วิดีโอสตรีมมิ่ง
ท่ามกลางบทบาทของสมาร์ทโฟนที่เติบโตขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน ส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคสื่อต่างๆ
โดย...ช้องนาง ปรีชาเจริญศิลป์
ท่ามกลางบทบาทของสมาร์ทโฟนที่เติบโตขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน ส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคสื่อต่างๆ หันเข้าหาเทคโนโลยีสมัยใหม่มากขึ้น “วิดีโอสตรีมมิ่ง” หรือการให้บริการวิดีโอ ทั้งภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ และซีรี่ส์แบบรายเดือนทางออนไลน์ โดยคิดค่าบริการรายเดือน เดือนละประมาณ 10-15 เหรียญสหรัฐ/เดือน (ราว 360-540 บาท/เดือน)
ล่าสุด เน็ตฟลิกซ์ วิดีโอสตรีมมิ่งรายใหญ่ของสหรัฐที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศและตลาดยุโรป เริ่มหันมาเจาะตลาดเอเชียอย่างจริงจังมากขึ้น หลังเปิดโอกาสให้คู่แข่งรายอื่นเข้ามาเจาะตลาดเอเชียก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น ไอฟลิกซ์ ผู้นำด้านวิดีโอสตรีมมิ่งในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และฮุค วิดีโอสตรีมมิ่งชื่อดัง
สถานีโทรทัศน์แชนแนล นิวส์เอเชีย ในสิงคโปร์ เปิดเผยว่า ผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งในอาเซียนอย่าง ไอฟลิกซ์ และฮุค มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เน็ตฟลิกซ์จะให้บริการในตลาดภูมิภาคเอเชีย และอีก 130 ประเทศทั่วโลก ส่งผลให้ปัจจุบันเน็ตฟลิกซ์ให้บริการครอบคลุมกว่า 190 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศในเอเชีย ยกเว้นจีนและเกาหลีเหนือ
นอกจากนี้ เน็ตฟลิกซ์มีคำบรรยายภาพยนตร์ 17 ภาษา อาทิ อาระบิก เกาหลี และจีน (แม้จะยังไม่เปิดให้บริการในจีนก็ตาม) ยกเว้นภาษาท้องถิ่นบางประเทศ เช่น ไทย
รีด แฮสติงส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเน็ตฟลิกซ์ ระบุว่า การให้บริการของเน็ตฟลิกซ์ในเอเชีย เป็นการเสนอทางเลือกสำหรับประชาชนที่ยินดีจ่ายค่าบริการที่เหมาะสม มากกว่าหันไปซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งถือว่าเน็ตฟลิกซ์ประสบความสำเร็จอย่างมากในการเจาะตลาดเอเชีย
ขณะนี้เน็ตฟลิกซ์เริ่มให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งในญี่ปุ่น ไทย สิงคโปร์ อินเดีย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ขณะที่ไอฟลิกซ์ให้บริการในมาเลเซีย ไทย และฟิลิปปินส์ ส่วนฮุคให้บริการในฟิลิปปินส์ ไทย และอินเดีย
มาร์ค บริท ซีอีโอของไอฟลิกซ์ ระบุว่า การเข้ามาของเน็ตฟลิกซ์ในภูมิภาคนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับอุตสาหกรรมวิดีโอสตรีมมิ่ง ซึ่งเป็นการสะท้อนว่า ขณะนี้พฤติกรรมการบริโภคด้านสื่อบันเทิง ถือเป็นปรากฏการณ์อย่างหนึ่งของโลก
“การที่ผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งรายใหญ่ตบเท้าเข้าตลาดเอเชีย จะเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นให้ผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งในภูมิภาคพัฒนาการบริการให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย และมีค่าบริการที่อยู่ในระดับเหมาะสม” บริท กล่าว
ด้าน ปีเตอร์ ไบธอส ซีอีโอของฮุค ระบุว่า ท่าทีของเน็ตฟลิกซ์เป็นการกระตุ้นให้เกิดวิวัฒนาการในบริการสื่อสารและแพร่ภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต หรือที่เรียกว่า Over-the-Top (โอทีที) ซึ่งขณะนี้ยังเป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น
แม้เน็ตฟลิกซ์จะเข้าแข่งขันในตลาดเอเชีย แต่ผู้ให้บริการไอฟลิกซ์กลับยืนยันว่า จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ทางการตลาด หรือขึ้นอัตราค่าบริการอย่างแน่นอน เนื่องจากตลาดเอเชียถือเป็นตลาดใหญ่ซึ่งมีที่ว่างมากพอสำหรับผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่ง
อย่างไรก็ดี ไอฟลิกซ์ก็ได้ปรับการบริการให้สอดรับกับยุคสมัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการแบบออฟไลน์โดยไม่ต้องเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งสร้างความแตกต่างได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเน็ตฟลิกซ์ยังไม่มีการให้บริการแบบออฟไลน์
ด้านฮุคเองก็ยืนยันว่า จะไม่เปลี่ยนกลยุทธ์การให้บริการ และเน้นย้ำว่าการให้บริการแบบเหมารวม หรือ One-size-fits-all ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของประเทศตลาดเกิดใหม่ได้ โดยเฉพาะอัตราค่าบริการนั้นต้องเป็นไปอย่างเหมาะสม และการชำระเงินผ่านบริการเอ็มเพย์เมนต์ คือการชำระค่าบริการผ่านโทรศัพท์หรือบัตรเครดิต จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคทั้งในอินเดีย ฟิลิปปินส์ และไทยได้มาก
อย่างไรก็ตาม แม้บรรดาผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งรายใหญ่ ทั้งเน็ตฟลิกซ์ ไอฟลิกซ์ และฮุค จะหันมาให้ความสำคัญกับตลาดเอเชียมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มทางเลือกในการบริโภคของประชาชนในภูมิภาค ทว่าการแข่งขันที่ดุเดือดก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่
อุปสรรคของการให้บริการในเอเชียครั้งแรกของเน็ตฟลิกซ์ ได้แก่ ภาพยนตร์หรือซีรี่ส์บางรายการที่ฉายในสหรัฐ อย่าง มาร์เวล เอเจนท์ ออฟ ชิลด์ และเบรกกิ้ง แบด จะไม่ฉายในสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย อีกทั้งในบางประเทศ เช่น ไทย อาจไม่มีคำบรรยายภาษาไทยในภาพยนตร์ ซึ่งเป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่งของผู้บริโภคในประเทศกำลังพัฒนา
แฮสติงส์ ระบุว่า เป้าหมายหลักของเน็ตฟลิกซ์ในตอนนี้ คือการขยายบริการวิดีโอสตรีมมิ่งให้ครอบคลุมทั่วโลก โดยเมื่อปี 2015 มีผู้ใช้บริการเน็ตฟลิกซ์ถึง 1.2 หมื่นล้านชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากปี 2014 ถึง 50% ดังนั้นกลยุทธ์หลักของเน็ตฟลิกซ์ในขณะนี้ คือการพัฒนาการบริการให้รองรับภาษาที่หลากหลายมากขึ้น มีรายการเพิ่มขึ้น และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการเน็ตฟลิกซ์
เป้าหมายในปี 2016 ของเน็ตฟลิกซ์ คือการให้บริการซีรี่ส์เรื่องใหม่อีก 31 เรื่อง ให้บริการภาพยนตร์และสารคดีอีก 24 เรื่อง เพิ่มรายการตลก และเพิ่มซีรี่ส์สำหรับเด็กอีก 30 เรื่อง โดยจะพัฒนาให้รองรับทุกพื้นที่ทั่วโลก
อย่างไรก็ดี ค่าบริการเน็ตฟลิกซ์ในไทยยังถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับผู้ให้บริการรายอื่น โดยค่าบริการเน็ตฟลิกซ์เริ่มต้นที่ 280 บาท/เดือน ฮอลลีวู้ด เอชดี เริ่มต้นที่ 129 บาท/เดือน ฮุคเริ่มต้นที่ 119 บาท/เดือน ไอฟลิกซ์เริ่มต้นที่ 100 บาท/เดือน และไพรม์ไทม์เริ่มต้นที่ 99 บาท/เดือน
ความท้าทายอีกอย่างหนึ่งของการให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งในไทย คือการชนะใจผู้บริโภคที่ส่วนใหญ่นิยมซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มากกว่า เนื่องจากมีคำบรรยายภาพยนตร์ที่ค่อนข้างหลากหลาย ไม่เฉพาะในภาษาไทยเท่านั้น และสามารถหาซื้อได้ง่ายในราคาถูก
นอกจากนี้ ยังต้องจับตาการแข่งขันให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งในเอเชีย ระหว่างยักษ์ใหญ่ 3 ราย ได้แก่ ไอฟลิกซ์ ฮุค และผู้ให้บริการหน้าใหม่ในภูมิภาคอย่างเน็ตฟลิกซ์ ว่าจะงัดกลยุทธ์ใดมาแข่งขันกันเพื่อชิงส่วนแบ่งทางการตลาดในเอเชียอีกด้วย







