posttoday
ปีแห่งมหาอำนาจโลกระส่ำ "ยุโรป-สหรัฐ" อ่วมวิกฤตการเมือง

ปีแห่งมหาอำนาจโลกระส่ำ "ยุโรป-สหรัฐ" อ่วมวิกฤตการเมือง

30 ธันวาคม 2558

ความวุ่นวายในรอบปีที่ผ่านมาถือว่าโดนทั่วถึงกันในหลายพื้นที่ทั่วโลก และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในกลุ่มชาติมหาอำนาจ

ความวุ่นวายในรอบปีที่ผ่านมาถือว่าโดนทั่วถึงกันในหลายพื้นที่ทั่วโลก และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในกลุ่มชาติมหาอำนาจ

ความวุ่นวายในรอบปีที่ผ่านมาถือว่าโดนทั่วถึงกันในหลายพื้นที่ทั่วโลก และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในกลุ่มชาติมหาอำนาจ ไล่มาตั้งแต่ฝั่งยุโรปเผชิญปัญหารุมเร้าจากรอบด้านจนแทบกระอักเลือด ไม่ว่าจะเป็นคลื่นผู้อพยพชาวตะวันออกกลางที่หลั่งไหลเข้ามาจนเกินรับมือ วิกฤตการณ์หนี้สินก้อนมหึมาของกรีซ หรือปัญหาความมั่นคงภายในกลุ่มของสหภาพยุโรปที่อังกฤษขู่ฮึ่มๆ ว่าจะแยกตัวจากกลุ่ม ส่วนสหรัฐก็มีปัญหาการเหยียดเชื้อชาติ ช่วงหลังๆ นี้เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นจนเกิดการประท้วงลุกลามไปทั่วประเทศ

เร็วๆ นี้องค์การระหว่างประเทศเพื่อการย้ายถิ่นฐาน (IOM) รายงานว่า ตัวเลขผู้อพยพผู้ลี้ภัยสงครามในอิรัก ซีเรีย อัฟกานิสถาน ที่เดินทางเข้ายุโรปแบบผิดกฎหมายทั้งทางบกและทางน้ำของปีนี้เกินหลักล้านคนแล้วทั้งที่ยังไม่ถึงสิ้นปี โดยส่วนใหญ่อาศัยเส้นทางทางทะเล

แม้จะมีข่าวให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ ว่ามีคนเอาชีวิตมาทิ้งไว้กลางทะเลมากมายจากเหตุเรืออพยพล่ม หนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวโลกคือ การเสียชีวิตของ อลัน เคอร์ดี เด็กชายชาวซีเรียวัย 3 ขวบ ที่จมน้ำกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจนร่างลอยไปเกยตื้นนอนคว่ำหน้าอยู่บริเวณชายหาดแห่งหนึ่งในตุรกี แต่จำนวนผู้อพยพที่เลือกใช้เส้นทางนี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย

ด้วยคลื่นผู้อพยพมากมายเกินที่จะรับไหวนี้เอง ทำให้หลายประเทศแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการกั้นรั้วลวดหนามบริเวณแนวชายแดน อาทิ ฮังการี เซอร์เบีย สโลวีเนีย มาซิโดเนีย ซึ่งประเทศหลังนี้ถึงกับต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน เพื่อจะหยุดกระแสผู้อพยพที่เดินทางเข้าชายแดนทางตอนใต้ติดกับประเทศกรีซ และส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลลงพื้นที่ควบคุมสถานการณ์

เมื่อกระแสผู้อพยพยังไม่หยุด ฌอง คล็อด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป จึงประกาศนโยบายแบ่งโควตาผู้อพยพให้แต่ละประเทศรับไปดูแล แต่สมาชิกหลายประเทศคัดค้าน จะมีก็แต่ แองเกลา แมร์เคิล ผู้นำเยอรมนี ที่ประกาศรับผู้อพยพไม่จำกัด ทำให้รัฐบาลต้องแบกรับภาระดูแลผู้อพยพแล้วเกือบล้านคนมากที่สุดในบรรดาชาติสมาชิก

ประเทศเยอรมนีเองนอกจากจะเจอปัญหาผู้อพยพแล้ว โฟล์คสวาเกน บริษัทผลิตรถยนต์ชื่อดังยังถูกจับได้ว่าโกงผลการทดสอบการปล่อยมลพิษ จนต้องเรียกรถคืนจากทั่วโลกและต้องจ่ายค่าปรับมูลค่าหลายหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้หุ้นของบริษัทตกระนาว ผู้บริหารต้องประกาศลาออกจากตำแหน่ง

ปีแห่งมหาอำนาจโลกระส่ำ "ยุโรป-สหรัฐ" อ่วมวิกฤตการเมือง

วิกฤตการเงินของกรีซก็หนักหนาไม่แพ้กัน เนื่องจากมีทั้งภาวะเงินเฟ้อ ค่าใช้จ่ายจากนโยบายประชานิยม รวมทั้งหนี้สาธารณะมหาศาลแล้ว ทำให้รัฐบาลไม่มีเงินไปชำระหนี้เจ้าหนี้รายใหญ่อย่างไอเอ็มเอฟ ธนาคารกลางแห่งยุโรป (อีซีบี) และเยอรมนี จนมีการเจรจาต่อรองกับเจ้าหนี้หลายครั้งเพื่อขอยืดเวลาและปรับโครงสร้างหนี้ ฝ่ายเจ้าหนี้ยื่นเงื่อนไขให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการรัดเข็มขัดลดค่าใช้จ่าย แต่กรีซไม่ยอมรับข้อเสนอดังกล่าว จนในที่สุด นายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ซีปราส ของกรีซ ประกาศให้ประชาชนออกเสียงประชามติว่าจะรับเงื่อนไขที่เจ้าหนี้เสนอหรือไม่ ปรากฏว่าชาวกรีซ 61% โหวตไม่รับ

แต่สุดท้ายแม้ประชาชนจะไม่ยอมรับมาตรการรัดเข็มขัด ทางอียูและเจ้าหนี้ก็ตัดสินใจเข้ามาอุ้มกรีซเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มสหภาพยุโรป โดยให้เงินช่วยเหลือพยุงเศรษฐกิจของกรีซแลกกับการที่รัฐบาลซีปราสต้องบังคับใช้มาตรการรัดเข็มขัด อาทิ ลดเงินบำเหน็จบำนาญ การยืดอายุเกษียณราชการ เพิ่มภาษี เปิดเสรีตลาดแรงงาน

แต่แล้วรัฐบาลพรรคไซริซาของซีปราสที่ชนะการเลือกตั้งรอบใหม่เข้ามาด้วยนโยบายต่อต้านการรัดเข็มขัดก็ต้องเผชิญแรงกดดันครั้งใหม่ เมื่อข้าราชการและพนักงานเอกชนรวมตัวกันนัดหยุดงานประท้วงไม่พอใจที่อัตราเงินเดือนถูกหั่นลงแล้ว 30% จากมาตรการการตัดลดค่าใช้จ่ายและการขึ้นภาษีของรัฐ

ฝั่งสหราชอาณาจักรนั้น นายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน สัญญากับประชาชนว่า จะจัดให้มีการลงประชามติว่าสหราชอาณาจักรควรออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) หรือไม่ภายในปีหน้า ทั้งที่ก่อนหน้านี้ชาวอังกฤษส่วนใหญ่ออกเสียงสนับสนุนให้ประเทศเข้ารวมกลุ่มกับอียู แต่ช่วงหลังกลับมีสียงเรียกร้องในทางตรงกันข้ามทั้งจากภาคประชาชนและนักการเมือง ส่วนใหญ่เห็นว่า ตลอด 40 กว่าปีที่ผ่านมา นโยบายของอียูเปลี่ยนไปมาก มีหลายประเทศเข้าร่วมมากขึ้น มีการบังคับใช้ข้อตกลงที่เกินขอบเขต รวมทั้งปัญหาหนี้กรีซที่สหราชอาณาจักรเองก็ยังได้รับผลกระทบทั้งที่ไม่ได้ใช้เงินยูโร

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นวิเคราะห์ว่า หากสหราชอาณาจักรออกจากอียูจะทำให้ขาดอำนาจต่อรองในตลาดการค้า แต่อาจมีข้อดีคือมีอิสระในการตกลงทำสัญญากับประเทศคู่ค้าที่อยู่นอกกลุ่มอียู ที่ผ่านมา การเป็นสมาชิกกลุ่มสหภาพยุโรปทำให้การเคลื่อนย้ายแรงงานในกลุ่มประเทศสมาชิกเป็นไปอย่างเสรี สร้างโอกาสการหางานให้ชาวอังกฤษ รวมทั้งเป็นผลดีต่อนายจ้างชาวอังกฤษที่สามารถจ้างแรงงานได้หลากหลายมากขึ้น แต่ความเสรีนี้ก็ทำให้สหราชอาณาจักรขาดอิสรภาพในการจัดการชายแดน ซึ่งสุดท้าย หากสหราชอาณาจักรตัดสินใจออกจากกลุ่มจริง ยังไม่อาจกลับเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปได้อีกด้วย

ส่วนประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐต้องเผชิญปัญหาการเหยียดเชื้อชาติจนเกิดการประท้วงใหญ่บานปลายไปทั่วประเทศ จากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก่อคดียิงชาวแอฟริกัน-อเมริกันที่ไม่มีแม้แต่อาวุธเสียชีวิตหลายต่อหลายครั้ง หรือกรณีผู้ต้องหาผิวสีเสียชีวิตระหว่างการควบคุมตัวของตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่บางคนกลับไม่ถูกตั้งข้อหา

ขณะที่บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีหน้าก็เป็นไปอย่างร้อนแรง ตัวแทนผู้สมัครที่อยู่ในกระแสตลอดเวลาคงหนีไม่พ้น โดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีฝีปากกล้า ที่ออกปากจะไล่ผู้อพยพทุกคนที่เดินทางเข้าสหรัฐอย่างผิดกฎหมายออกจากประเทศหากตัวเขาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี รวมถึงการปิดประตูเมืองไม่ต้อนรับชาวมุสลิมหลังเกิดเหตุกราดยิงสังหารหมู่ที่เมืองซานเบอร์นาร์ดิโนจนมีผู้เสียชีวิตถึง 14 ราย แต่นั่นกลับทำให้คะแนนความนิยมของทรัมป์เพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ จนตุ๊มๆ ต้อมๆ ว่า หรือนโยบายสุดโต่งของทรัมป์จะชนะใจ และทำให้เขาเข้าใกล้ประตูแห่งชัยชนะในตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐคนต่อไป

ที่มา www.m2fnews.com

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา