posttoday
ดาวควบดูปองท์4.6ล้านล้าน

ดาวควบดูปองท์4.6ล้านล้าน

12 ธันวาคม 2558

ทำดีลสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ เก็งดีลกิจการเกษตรภัณฑ์เพิ่ม

ทำดีลสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ เก็งดีลกิจการเกษตรภัณฑ์เพิ่ม

ดาวควบดูปองท์ 1.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หลังเคมีภัณฑ์แย่ เกษตรกรลดรายจ่าย

บริษัท ดาว เคมิคอล ตกลงควบรวมทุกภาคส่วนกับ บริษัท ดูปองท์ ด้วยมูลค่า 1.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.6 ล้านล้านบาท) ซึ่งมากกว่าคาดการณ์เดิมไว้ที่ 1.2 แสนล้านบาท (ราว 4.3 ล้านล้านบาท) และสูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์สหรัฐ รวมถึงยังกลายเป็นบริษัทเคมีภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ขณะเดียวกัน แอนดรูวลิเวอริส วัย 61 ปี ผู้บริหารสูงสุด (ซีอีโอ) ของดาว จะกลายเป็นประธานบริหารของบริษัทหลังควบรวม ในขณะที่ เอ็ด บรีน วัย 59 ปี ซีอีโอของดูปองท์ จะกลายเป็นซีอีโอของบริษัทใหม่ โดยภายหลังการควบรวม บริษัทจะแตกออกเป็น 3 ภาคส่วน ได้แก่ ภาคเกษตร วัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์เคมีพิเศษอื่นๆ เช่น แผงพลังงานแสงอาทิตย์

บริษัททั้ง 3 ส่วนดังกล่าว จะเป็นรูปแบบบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และอาจใช้เวลามากกว่า 18-24 เดือน การควบรวมกิจการดังกล่าวจึงจะเสร็จสมบูรณ์

“การควบรวมครั้งนี้เป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับอุตสาหกรรมของพวกเรา และสะท้อนวิสัยทัศน์อันสูงสุดที่พวกเรามีมามากกว่าทศวรรษ ซึ่งคือการรวมบริษัทที่มีนวัตกรรมทรงอำนาจและเป็นผู้นำด้านวัสดุศาสตร์เข้าด้วยกัน” ลิเวอริส กล่าว

สำหรับการควบรวมกิจการดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าทั้งสองบริษัทสามารถผ่านการตรวจสอบการผูกขาดมาได้ สอดคล้องกับก่อนหน้านี้ บรรดานักวิเคราะห์และทนายความต่างคาดการณ์ว่า ดาวและดูปองท์จะสามารถผ่านการพิจารณาต่อต้านการผูกขาดของสหรัฐมาได้

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ในช่วงปี 2015 ที่ผ่านมา มีข่าวลือเกี่ยวกับแนวโน้มการควบรวมกิจการทั่วภาคอุตสาหกรรมการเกษตร หลังจากที่ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวลง ทำให้เกษตรลดการใช้จ่ายและกลายเป็นปัจจัยลบต่อรายได้ของบริษัทเคมีภัณฑ์

นอกจากนี้ ดาวและดูปองท์ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันสูงภายในอุตสาหกรรมกับคู่แข่งอย่างซินเจนตา มอนซานโต และเบเยอร์อีกด้วย

ก่อนหน้านี้ มอนซานโต บริษัทเมล็ดพันธุ์พืชขนาดใหญ่ของโลกมีแผนการจะควบรวมกิจการซินเจนตา บริษัทผลิตภัณฑ์เคมีเกษตรของสหรัฐ แต่ถอนแผนการควบรวมกิจการดังกล่าวไป โดย ฮิวจ์ แกรนท์ ซีอีโอของมอนซานโต เปิดเผยเมื่อเดือน พ.ย. ยังคงสนใจเข้าซื้อซินเจนตาอยู่

“ทุกคนต่างเจรจากับอีกคนกันไปทั่วอุตสาหกรรม” แกรนท์ กล่าว

ก่อนหน้านี้ ในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา มอนซานโต วางแผนจะปลดพนักงานออก 2,600 ล้านคนทั่วโลกในอีก 2 ปีข้างหน้า โดยในไตรมาสที่ผ่านมามอนซานโตขาดทุนสุทธิ 495 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.77 หมื่นล้านบาท) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 156 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5,600 ล้านบาท)

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI