
เขตเศรษฐกิจพิเศษฟื้นค้าเอเชีย
เศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียเผชิญหน้ากับการชะลอตัวอย่างหนักในช่วงปีที่ผ่านมา
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
เศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียเผชิญหน้ากับการชะลอตัวอย่างหนักในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะจีนที่เป็นคู่ค้าหลักของประเทศในเอเชียที่ส่วนใหญ่เน้นการผลิตและการส่งออกเป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ก็ใช่ว่าเศรษฐกิจเอเชียจะไม่มีทางออกเลย และเขตเศรษฐกิจพิเศษอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าเอเชีย
ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยรายงานว่า การเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ (เอสอีแซด) จะช่วยยกระดับการส่งออกทั้งในด้านสินค้าและบริการของเอเชีย โดยเฉลี่ยทุกการเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มขึ้น 10% จะสามารถช่วยการส่งออกได้ราว 1.1%
นอกจากนี้ การเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษยังช่วยดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (เอฟดีไอ) โดยนับตั้งแต่ปี 1995 เขตเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มขึ้นจาก 500 แห่ง เป็น 4,300 แห่ง ใน 130 ประเทศทั่วเอเชีย ซึ่งสามารถดึงดูดเอฟดีไอเข้ามาในประเทศกำลังพัฒนาของเอเชียได้มากถึง 82% ของมูลค่าเอฟดีไอทั้งหมด
เอเชียกลายเป็นแหล่งลงทุนที่สำคัญ โดยระหว่างปี 2010-2014 มูลค่าเอฟดีไอที่เข้ามาลงทุนในเอเชียเพิ่มขึ้นมากกว่า 45% นำโดยญี่ปุ่น ฮ่องกง จีน สิงคโปร์ อินเดีย มาเลเซีย และไทย
การค้ายังชะลอตัว
อย่างไรก็ตาม จำนวนเขตเศรษฐกิจพิเศษยังจำเป็นต้องเพิ่มขึ้นอีก หลังการค้าเอเชียชะลอตัวลง โดยมูลค่าการค้าสินค้าชั้นกลางหรือสินค้าที่เป็นชิ้นส่วนรอการประกอบ ซึ่งคิดเป็น 60% ของมูลค่าการค้าทั้งหมด ปรับลง 2.6% ในปี 2014 สวนทางกับเศรษฐกิจที่ขยายตัวราว 5%
ชางจินเหว่ย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเอดีบี ระบุว่า การค้าที่ชะลอตัวลงเป็นผลจากการปรับโครงสร้างภายในเศรษฐกิจจีนที่เปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาการลงทุนและการส่งออก เป็นการบริการและการบริโภคในประเทศ โดยจีนเป็นยักษ์ใหญ่ที่คิดเป็นถึง 24% ของขนาดเศรษฐกิจเอเชียในปี 2014 เพิ่มขึ้นจาก 16% ในปี 2008
นอกจากนี้ การชะลอตัวของจีนจะกระทบต่อประเทศคู่ค้าหลักอย่างสิงคโปร์ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และไต้หวัน
ชี้ช่องดันเศรษฐกิจพิเศษ
“เขตเศรษฐกิจพิเศษช่วยเพิ่มการจ้างงาน เพิ่มการส่งออก และเอฟดีไอมูลค่ามหาศาล แม้ความพยายามมากเกินไปหรือการขาดวิสัยทัศน์จะทำให้ล้มเหลวก็ตาม” เอดีบี ระบุ
การจะทำให้เศรษฐกิจพิเศษประสบความสำเร็จจำเป็นต้องอาศัยนโยบายจูงใจทางการคลัง เช่น ด้านภาษี เพื่อดึงดูดการลงทุนในระยะเริ่มแรก ตามด้วยการจัดหาแรงงาน สถานที่ตั้งที่เอื้อต่อธุรกิจ และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการขนส่งให้เพียงพอ
ประกอบกับยังต้องมีระบบยุติธรรมทั้งจากศาลและสถาบันต่างๆ ที่สามารถพึ่งพาได้ เขตเศรษฐกิจพิเศษจึงจะประสบความสำเร็จได้ โดยเขตเศรษฐกิจพิเศษจะสามารถกลายเป็นกำลังขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศชาติ ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูล นวัตกรรม และทักษะแรงงานต่างๆ ที่สำคัญ
เศรษฐกิจพิเศษเติมฝันเออีซี
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังจะรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 2015 นี้ และเขตเศรษฐกิจพิเศษจะกลายเป็นความหวังสำหรับเออีซี โดย เอดีบี ระบุว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษจะช่วยเพิ่มความร่วมมือในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม แต่ละประเทศจำเป็นต้องสนับสนุนการร่วมทุนระหว่างกันและกันเพื่อเพิ่มโอกาสและมูลค่าในห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงสร้างมาตรการสำหรับการค้าและภาษี ซึ่งจำเป็นต้องการร่วมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจดังกล่าวอีกด้วย
ก่อนหน้านี้ เขมมานี พลเสนา รัฐมนตรีพาณิชย์และอุตสาหกรรมของลาว เร่งให้ประเทศอาเซียนเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นทั่วภูมิภาค ซึ่งจะเป็นการดีต่อการเริ่มต้นเออีซี
ด้าน ยาซูชิ อูเอคิ นักเศรษฐ ศาสตร์ของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจอาเซียนและเอเชียตะวันออก (อีอาร์ไอเอ) เปิดเผยว่า การเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษจะช่วยดึงการลงทุนจากต่างชาติให้เข้าสู่ประเทศอาเซียนที่ยากจนได้ เนื่องจากการเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศยากจนอย่างลาวทำได้ง่ายกว่าประเทศร่ำรวยกว่าอย่างสิงคโปร์ ที่มีหลักนิติธรรมเข้มงวดและยากต่อการเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ







