posttoday
สหรัฐปรับแผนรับไอเอสถล่มในบ้าน

สหรัฐปรับแผนรับไอเอสถล่มในบ้าน

07 ธันวาคม 2558

สหรัฐกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเปลี่ยนยุทธศาสตร์รับมือกับการก่อการร้ายในประเทศ

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

นิวยอร์กไทมส์ รายงานว่า สหรัฐกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเปลี่ยนยุทธศาสตร์รับมือกับการก่อการร้ายในบ้าน ภายหลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญระลอกใหม่ เมื่อสองสามีภรรยาชาวอเมริกันก่อเหตุกราดยิงภายในศูนย์การแพทย์เมืองซานเบอร์นาร์ดิโน รัฐแคลิฟอร์เนีย จนมีผู้เสียชีวิต 14 คน เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. โดยที่กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) อ้างว่าผู้ก่อเหตุเป็นสาวกของกลุ่มไอเอสเอง

เจห์ จอห์นสัน รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เปิดเผยว่า สหรัฐกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของภัยก่อการร้ายโลกและความพยายามป้องกันการก่อการร้ายในบ้าน เนื่องจากกลุ่มก่อการร้ายในวันนี้ได้เปลี่ยนวิธีลงมือเป็นการใช้เอาต์ซอร์สเพื่อโจมตีในสหรัฐแทน และยังใช้รูปแบบเดียวกันนี้ในที่อื่นๆ ด้วย โดยส่วนตัวแล้วจึงเห็นว่าสหรัฐจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีในการรับมือเช่นกัน

ทั้งนี้ เหตุกราดยิงโดยสองสามีภรรยา ซายอิด ริซวาน ฟารูค และตัชฟีน มาลิค เกิดขึ้นเพียง 7 วัน หลังจากที่ประธานาธิบดี บารัก
โอบามา ของสหรัฐ เพิ่งกล่าวย้ำความเชื่อมั่นกับประชาชนก่อนวันขอบคุณพระเจ้า ว่า ไม่มีข่าวกรองที่เฉพาะเจาะจงและเชื่อได้ว่าจะมีการลงมือก่อการร้ายขึ้นในสหรัฐ

สำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ระบุว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการก่อการร้าย โดยทั้งฟารูคและมาลิค ซึ่งถูกวิสามัญฆาตกรรมต่างได้รับแรงบันดาลใจจากกองกำลังก่อการร้ายต่างชาติ อย่างไรก็ดี ยังไม่มีสัญญาณแน่ชัดเจนว่าฟารูคและมาลิคทำงานให้กับองค์การก่อการร้ายใด หรือเป็นที่รู้จักในกลุ่มไอเอสหรือไม่

ด้านประธานาธิบดีโอบามา ได้แถลงข่าวทั่วประเทศจากห้องทำงาน ณ ทำเนียบขาว ช่วงค่ำวันที่ 6 ธ.ค.นี้ตามเวลาท้องถิ่นถึงเหตุ
กราดยิงดังกล่าว โดยได้เตรียมแถลงถึงขั้นตอนต่างๆ เพื่อปกป้องความปลอดภัยของประชาชน  รวมถึงการปรับยุทธศาสตร์เพื่อต่อต้านการก่อการร้ายและความพยายามของสหรัฐที่จะทำลายกลุ่มไอเอสให้สิ้นซาก

โซเชียลมีเดียประกาศยกระดับต้านไอเอส

เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และกูเกิล โซเชียลมีเดีย และเว็บไซต์เสิร์จ เอนจิ้นชั้นนำของโลก ได้เร่งความพยายามเพื่อต่อต้านการโฆษณา ชวนเชื่อและการสมัครรับผู้คนของกลุ่มไอเอสผ่านทางโลกออนไลน์ โดยมีนโยบายสำคัญคือการห้ามไม่ให้มีเนื้อหาไปในการบริการด้านโฆษณาชวนเชื่อ และต้องการให้ศาลออกคำสั่งยกเลิกหรือบล็อก

ทั้งนี้ ทุกคนสามารถที่จะรายงาน ทบทวนเนื้อหา รวมถึงระงับเนื้อหาดังกล่าวได้ อย่างไรก็ดีมาตรการดังกล่าวค่อนข้างปิดเงียบเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจว่าโซเชียลมีเดียให้ความช่วยเหลือทางการ

อังกฤษผวาชายคลั่ง ไล่แทงคนในรถไฟฟ้า

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น เปิดเผยว่า เกิดเหตุชายไม่ทราบชื่อใช้มีดไล่แทงผู้โดยสาร ที่สถานีรถไฟใต้ดินเลย์ตันสโตนทางตะวันออกของกรุงลอนดอน เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน ซึ่งขณะเกิดเหตุชายคนดังกล่าวได้ตะโกนข้อความว่า “นี่เพื่อซีเรีย” แต่ตำรวจอังกฤษได้ใช้ปืนยาสลบยิงเข้าใส่ชายผู้ก่อเหตุและควบคุมตัวไว้แล้ว

ริชาร์ด วัลตัน ผู้บัญชาการหน่วยต่อต้านการก่อการร้าย ตำรวจนครบาลอังกฤษ กล่าวว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นการก่อการร้าย พร้อมเตือนให้ประชาชนอยู่ในความสงบ แต่มีการตื่นตัวและระมัดระวังภัยคุกคามด้านการก่อการร้ายที่ยังคงรุนแรง ขณะที่ก่อนหน้านี้หน่วยงานความมั่นคงยุโรปได้เปิดเผยว่า อังกฤษเป็นเป้าหมายการโจมตีที่สำคัญของกลุ่มไอเอสต่อจากฝรั่งเศส

มาเลย์ขยายผลผู้ต้องสงสัย 5 คน มีชาวอังกฤษร่วมด้วย

สำหรับความคืบหน้าหลังทางการมาเลเซียจับผู้ต้องสงสัย 5 คน ว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอสและอัลกออิดะห์ มีการขยายผลพบว่าหนึ่งในผู้ต้องสงสัยเป็นชาวอังกฤษและเป็นครูพาร์ตไทม์ที่สอนภาษาอังกฤษ โดยมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ ทั้งยังเคยรบในอัฟกานิสถานและบอสเนียมาแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา รัฐสภามาเลเซียได้อนุมัติกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ ซึ่งให้อำนาจแก่สภาความมั่นคงแห่งชาติ ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย ที่จะกำหนดนโยบายต่อประเด็นใดๆ ที่เสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ โดยไม่ต้องได้รับการอนุญาตจากสุลต่านแห่งมาเลเซีย โดยกฎหมายความมั่นคงดังกล่าวได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นกฎหมายที่นำไปสู่ความเป็นเผด็จการของรัฐบาล

ภาพ...เอเอฟพี

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI