posttoday
กระตุ้นต่อไป?

กระตุ้นต่อไป?

21 กรกฎาคม 2553

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วธนาคารแห่งประเทศไทยปรับขึ้นดอกเบี้ยพื้นฐานจากเดิมที่ 1.25% ขึ้นมาอยู่ที่ 1.5% เป็นสัญญาณบอกว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยเราเริ่มแผ่วลงบ้าง ประกอบกับความหวั่นเกรงต่อปัญหาเงินเฟ้อที่จะเป็นผลข้างเคียงจากการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นเวลานานเกินไป

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วธนาคารแห่งประเทศไทยปรับขึ้นดอกเบี้ยพื้นฐานจากเดิมที่ 1.25% ขึ้นมาอยู่ที่ 1.5% เป็นสัญญาณบอกว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยเราเริ่มแผ่วลงบ้าง ประกอบกับความหวั่นเกรงต่อปัญหาเงินเฟ้อที่จะเป็นผลข้างเคียงจากการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นเวลานานเกินไป

โดย...ธนพล ไชยภาษี


เมื่อวันที่ 21 ก.ค.นี้ ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือเอดีบี ได้ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจ 14 ประเทศในเอเชียตะวันออกรวมทั้งไทยใหม่หมด ซึ่งส่วนใหญ่จะปรับให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยเนื้อหาสาระสำคัญที่เอดีบีบอกไว้ก็คือ เอเชียควรจะหยุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกันได้เสียทีหลังจากที่เศรษฐกิจกลับมารีบาวด์กันได้

คำถามก็คือ เอเชียควรจะกระตุ้นกันต่อหรือ

ถ้าพูดถึงเอเชีย ณ เวลานี้ ก็ต้องหมายถึงจีน เมื่อวันที่ 21 ก.ค.นี้ มีข่าวคราวมาว่า รัฐบาลจีนคาดการณ์ว่าช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เศรษฐกิจในหลายภาคส่วนของจีนจะเริ่มเชื่องช้าลง ไม่ว่าจะเป็นผลผลิตโรงงานอุตสาหกรรม ปริมาณการส่งออกและรายได้ของรัฐบาล

นั่นถือเป็นเรื่องดีสำหรับจีนเองที่เศรษฐกิจจีนจะลดความร้อนแรงเกินไป และกลับมาตั้งต้นกันใหม่ในแบบที่แข็งแกร่งขึ้น

ประเด็นที่จะทำให้จีนแผ่วลงมาจากอะไรบ้าง

ประการแรก มาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ที่ประกาศใช้มาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้นเริ่มเข้าสู่ระยะสุดท้ายแล้ว ซึ่งหมายความว่า จีนจะเริ่มหมดแรงกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งก็ตรงกับความต้องการของจีดีพี

ประการต่อมา ก็คือผลกระทบจากวิกฤตหนี้และการชะลอตัวในยุโรป ซึ่งก็ถือว่าเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของจีน ยุโรปชะลอตัว จีนก็จะได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกันครับ

ประการสุดท้ายนั้นเป็นผลมาจากมาตรการควบคุมการปล่อยกู้ของจีนที่ระมัดระวังตัวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ท่ามกลางเสียงเตือนว่าการที่จีนปล่อยให้กระแสทุนหลั่งไหลเข้ามาเก็งกำไรในตลาดสินทรัพย์ของจีนมากเกินไปนั้น จะทำให้จีนเกิดภาวะฟองสบู่ที่เสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง

ปัจจัยเหล่านี้ล้วนแต่จะทำให้จีนเริ่มแผ่วลงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้อย่างแน่นอนครับ จาก 2 ไตรมาสแรกที่เกือบๆ และกว่าๆ 10% ในช่วงครึ่งปีหลังก็คาดว่าจีนจะโตอยู่ราวๆ 8%

เมื่อพิจารณาทิศทางกระแสโลกในช่วงครึ่งหลังปีนี้ ซึ่งน่าจะแผ่วลงตามกระแสจีน ก็น่าจะบ่งบอกได้ว่า ประเทศไทยควรจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปหรือไม่

แน่นอนผลกระทบจากการส่งออกไปยังตลาดยุโรปจะเป็นปัญหาที่ไทยหลีกเลี่ยงไม่ได้ และอย่าลืมว่าที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยไม่ได้อยู่ในสถานะ “ร้อนแรงเกินไป” เหมือนกับจีนที่ต้องการทำให้เย็นลง
และที่สำคัญที่สุดการส่งออกสินค้าของไทยในปีนี้ยังไม่สู้จะดีนัก เมื่อเราถูกตีตลาดจากคู่แข่ง ส่วนการท่องเที่ยวก็ยังฟื้นตัวกันไม่เต็มที่

ดอกเบี้ยขึ้นไปแล้วเพื่อป้องกันเงินเฟ้อ แต่การกระตุ้นการช่วยเหลือจากภาครัฐในอีกหลายส่วนยังน่าจะจำเป็นต่อไปครับ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI