
ก่อการร้ายพ่นพิษ ลงทุนยุโรปชะงัก
โจ เคเซอร์ ประธานบริหาร (ซีอีโอ) ของซีเมนส์ กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ ระบุว่า เหตุก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในกรุงปารีส และความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองในยุโรป ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในยุโรปของบรรดาบริษัทและนักลงทุน
โจ เคเซอร์ ประธานบริหาร (ซีอีโอ) ของซีเมนส์ กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ ระบุว่า เหตุก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในกรุงปารีส และความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองในยุโรป ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในยุโรปของบรรดาบริษัทและนักลงทุน
สอดคล้องกับความเห็นของ ปิแอร์ คาโล ปาโดน รัฐมนตรีคลังของอิตาลี ที่มองว่า การก่อการร้ายในกรุงปารีสส่งผลกระทบต่อการฟื้นคืนทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศยูโรโซนอย่างมาก โดยความเชื่อมั่นได้รับผลกระทบมากที่สุด
แม้ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในยูโรโซนเดือน ต.ค.จะปรับตัวขึ้นจากเดือน ก.ย.มาอยู่ที่ 105.9 แต่ผลกระทบจากเหตุก่อการร้ายในกรุงปารีส และการรักษาความปลอดภัยระดับสูงที่สุดในกรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม อาจส่งผลให้ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือน พ.ย.ปรับตัวลง
นอกจากนี้ ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศยูโรโซนหดตัวอยู่ที่ 0.3% ในไตรมาส 3 ซึ่งต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ และแย่กว่าตัวเลขการขยายตัวในไตรมาสก่อนที่ 0.4%
ทั้งนี้ ซีเมนส์คาดการณ์ว่า รายรับสำหรับปีงบประมาณ 2016 จะปรับตัวดีขึ้นในระดับปานกลาง แม้ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่มีความซับซ้อนก็ตาม โดยที่ผ่านมากำไรสุทธิปีงบประมาณ 2015 ของซีเมนส์ลดลงอยู่ที่ราว 500-1,000 ล้านยูโร (ราว 534-1,068 เหรียญสหรัฐ)







