
ซูจีมั่นใจชนะ "ถล่มทลาย"
ภาคธุรกิจส่วนใหญ่คาดหวังว่า พรรคเอ็นแอลดีและกองทัพจะประสานความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อป้องกันภาวะสุญญากาศทางการเมือง
โดย...อัจฉรา อัชฌายกชาติ บางกอกโพสต์, ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
การเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของเมียนมา ที่เสรีและยุติธรรมที่สุดในรอบ 25 ปี ผ่านพ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของเมียนมา
กกต.เมียนมา เปิดเผยผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการในเขตย่างกุ้ง จำนวนทั้งหมด 45 ที่นั่ง พบว่า พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ได้ทั้งหมด 35 ที่นั่งรวมสภาสูงและสภาล่าง ในขณะที่พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (ยูเอสดีพี) ได้เพียง 1 ที่นั่ง
ส่วนเขตมัณฑะเลย์ ซึ่งมีที่นั่งทั้งหมด 36 ที่นั่ง พรรคเอ็นแอลดีได้ไปแล้ว 4 ที่นั่ง สภาละ 2 ที่นั่ง
เตอู หัวหน้าพรรคยูเอสดีพี ยอมรับผลการเลือกตั้งในเมืองฮินทาดา เขตอิรวดี ซึ่งเป็นพื้นที่ฐานเสียงของพรรคมาอย่างยาวนาน โดยพ่ายให้กับพรรคเอ็นแอลดี อีกทั้ง อ่องมิน รัฐมนตรีกระทรวงสันติภาพ และฉ่วยมานน์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรเมียนมา และอดีตหัวหน้าพรรคยูเอสดีพี เสียที่นั่งไปจากการเลือกตั้งครั้งนี้
"เราแพ้ เราต้องหาสาเหตุที่ทำให้เราแพ้ให้ได้ ทางพรรคยอมรับผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ ต้องยอมรับว่าเรามีโอกาสแพ้มากกว่าจะชนะ"
ทั้งนี้ เขตอิรวดีถือเป็นเขตยุทธศาสตร์สำคัญของพรรคยูเอสดีพี ผลการเลือกตั้งที่ออกมาจึงสร้างความประหลาดใจแก่พรรคยูเอสดีพีอย่างมาก
ด้าน ฉ่วยมานน์ โพสต์เฟซบุ๊กยอมรับความพ่ายแพ้ในเมืองพิว เขตพะโค
"ผมขอแสดงความยินดีกับพรรคเอ็นแอลดีที่ อูตันหยุ่น ผู้สมัครจากพรรคคว้าชัยในเขตพะโคไปครอง"
เมื่อช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่ 9 พ.ย. อองซานซูจี เลขาธิการพรรคเอ็นแอลดี ได้กล่าวย้ำเตือนผู้สนับสนุนว่า อย่าเพิ่งชะล่าใจกับข่าวที่ออกมา เนื่องจากยังไม่มีการประกาศผลอย่างเป็นทางการ แต่พูดเป็นนัยว่า พรรคจะชนะการเลือกตั้งครั้งนี้
"เราต้องก้าวต่อไปอย่างระมัดระวังและจงอยู่ในความสงบ ผู้ชนะต้องมีความถ่อมตน และระวังการกระทำที่อาจจะยั่วยุผู้อื่น ชัยชนะที่แท้จริงจะเป็นของประเทศ มิใช่ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือคนใดคนหนึ่งเท่านั้น"
ด้าน อูวินเต็ง โฆษกประจำพรรคเอ็นแอลดี ระบุว่า จากการนับคะแนนเมื่อช่วงบ่าย คาดว่าพรรคจะได้คะแนนเสียงถึง 70% ซึ่งหากมีการยืนยันอย่างเป็นทางการ นั่นหมายความว่า พรรคสามารถครองเสียงส่วนมากในสภา และยังสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เองอีกด้วย
"เราจะชนะอย่างถล่มทลาย" เนย์วิน โฆษกพรรคเอ็นแอลดี กล่าว
ทั้งนี้ กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเอ็นแอลดีจำนวนมากได้รวมตัวกันบริเวณหน้าที่ทำการของพรรค และพร้อมใจกันร้องเพลงที่มีชื่อว่า "นกยูงที่แข็งแกร่ง" ให้กับอองซานซูจี ซึ่งนกยูงถือเป็นสัญลักษณ์ของพรรค
ส่วนหนึ่งของบทเพลงระบุว่า อองซานซูจีคือผู้นำประชาชนที่ทั่วโลกรับรู้ จงจารึกประวัติศาสตร์ของตัวเองเพื่ออนาคตของเมียนมา เพื่อยุติระบอบเผด็จการ ออกไปซะเผด็จการ
ด้าน ชะฮาบุดดิน กุไรชี อดีตประธาน กกต.ของอินเดีย และสมาชิกสถาบันระหว่างประเทศที่ให้ความช่วยเหลือด้านประชาธิปไตยและการจัดการเลือกตั้ง (ไอเดีย) ระบุ การเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จมาก เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งที่โปร่งใส และสันติที่สุดที่เมียนมาเคยจัด แม้ว่าจะมีรายงานความผิดปกติของการนับคะแนนในบางพื้นที่
ในขณะเดียวกัน บรรดานักลงทุนและนักธุรกิจต่างชาติต่างคาดหวังว่า หลังการเลือกตั้งครั้งนี้เมียนมาจะมีเสถียรภาพมากขึ้น ท่ามกลางความกังวลว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำร้อยเหมือนปี 2012 ที่พรรคเอ็นแอลดีครองที่นั่งในสภากว่า 80% แต่ถูกกองทัพคว่ำผลการเลือกตั้ง
สาเหตุหลักมาจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเมียนมา ที่ให้อำนาจแก่กองทัพในการล้มล้าง หรือยึดอำนาจจากรัฐบาลได้ในทุกสถานการณ์
นักธุรกิจรายหนึ่งในนครย่างกุ้ง แสดงความเป็นกังวลว่า หากผลการเลือกตั้งพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ คือแทนที่พรรคเอ็นแอลดีจะคว้าชัยอย่างที่คาดการณ์ไว้ กลับกลายเป็นพรรคยูเอสดีพีที่ชนะการเลือกตั้ง อาจมีการประท้วงจากชาวเมียนมาตามมา
"ผมคิดว่าพรรคเอ็นแอลดีจะคว้าชัยในหลายเขต แต่อาจไม่ครองถือเสียงส่วนมากในสภาและไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลเองได้ แม้อองซานซูจีจะชนะ แต่เธอก็ต้องการความร่วมมือจากกองทัพอยู่ดีในการบริหารประเทศ"
ทั้งนี้ ภาคธุรกิจส่วนใหญ่คาดหวังว่า พรรคเอ็นแอลดีและกองทัพจะประสานความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อป้องกันภาวะสุญญากาศทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง
สอดคล้องกับ โคโคกี ผู้นำกลุ่มการเมือง 88 เจเนอเรชั่น ที่ระบุว่า ทั้งสองพรรคควรหารือกันอย่างเป็นจริงเป็นจัง เพื่อแสดงถึงความประนีประนอมระหว่างกัน และหลีกเลี่ยงการนำไปสู่ความขัดแย้งเหมือนเช่นปี 2012
ด้าน คาร์โล โบนูรา ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยลอนดอน กล่าวว่า ถึงแม้พรรคของอองซานซูจีจะคว้าชัยในครั้งนี้ แต่กองทัพไม่มีทางยอมให้อองซานซูจีดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเมียนมาแน่นอน
"ไม่มีทางที่กองทัพจะให้เธอครองตำแหน่งประธานาธิบดีได้ มากที่สุดคงเป็นได้เพียงประธานสภาเท่านั้น เว้นเสียแต่ว่าจะเกิดการประท้วงครั้งใหญ่ให้กองทัพอนุญาตให้เธอเป็นผู้นำประเทศ"
อย่างไรก็ดี จำนวนที่นั่งในสภาชนชาติ หรือสภาสูง และสภาประชาชน หรือสภาล่าง ที่มาจากการเลือกตั้งรวมกันอยู่ที่ 498 ที่นั่ง หากพรรคเอ็นแอลดีต้องการครองเสียงส่วนมากในสภา ต้องได้ที่นั่งถึง 444 ที่นั่ง หมายความว่าเสียที่นั่งได้เพียง 54 ที่นั่งเท่านั้น
ทั้งนี้ กกต.เมียนมาระบุว่า อาจต้องใช้เวลาในการนับคะแนนทั้งหมด 10 วัน หรือมากกว่านั้น ก่อนจะมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการ







