
'เคเคเอ็น'จับมือ ลี ยอง พัด เปิดโรงงานนิคมอุตฯเกาะกง
เขตเศรษฐกิจพิเศษตราดกำลังเดินหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่สำหรับพื้นที่ตรงข้าม
โดย...จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์
เขตเศรษฐกิจพิเศษตราดกำลังเดินหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่สำหรับพื้นที่ตรงข้าม ในฝั่งประเทศกัมพูชา นิคมอุตสาหกรรมเกาะกงนั้นเปิดดำเนินการมาร่วม 6 ปีแล้ว โดยมีนักลงทุนจากกลุ่มอุตสาหกรรมหลายชาติเข้ามาตั้งโรงงาน จากข้อได้เปรียบของค่าจ้างแรงงานที่ต่ำกว่า อาทิ ค่าแรงในประเทศไทยวันละ 300 บาท แต่สำหรับกัมพูชาแค่วันละ 150 บาท เท่านั้น
ล่าสุด วันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ออกญาลี ยอง พัด ประธานกรรมการบริษัท เกาะกง เอสอีแซต ผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมเกาะกง ได้ร่วมลงนามกับ ประสพ จิรวัฒน์วงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท เคเคเอ็น แอพพาเรล
ผู้ผลิตเสื้อกีฬาหลากหลายแบรนด์อินเตอร์ เพื่อลงทุนสร้างโรงงานผลิตเสื้อกีฬาของบริษัทในเฟสที่ 3 มี บุนเลิด พรามหณ์เกสร ผู้ว่าราชการจังหวัดเกาะกง และผู้บริหารทั้งสองบริษัทร่วมเป็นสักขีพยาน
ออกญาลี ยอง พัด กล่าวว่า นิคมอุตสาหกรรมเกาะกงได้ดำเนินการก่อสร้างเมื่อปี 2545 และแล้วเสร็จในปี 2552 ในพื้นที่ 2,100 ไร่ หรือ 336 เฮกตาร์ ซึ่งการลงนามในการลงทุนของบริษัท เคเคเอ็นฯ ครั้งนี้ถือเป็นระยะที่ 3 ที่ใช้พื้นที่สร้างโรงงาน 6 หมื่นตารางเมตร และจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นถึง 3,000 คน ซึ่งการมาลงทุนในเกาะกงของทางบริษัทเป็นระยะที่ 3 ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศกัมพูชาสามารถทำให้ชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวเกาะกงและชาวกัมพูชาดีขึ้น นอกจากนี้ หากผู้ลงทุนยังมีปัญหาและท่านนายกฯ ฮุนเซนจะช่วยเหลือและแก้ไข พร้อมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อสามารถแก้ปัญหาได้
ด้าน ประสพ กล่าวว่า เริ่มลงทุนในเกาะกง 4-5 ปี ในปี 2554 และตั้งเป้าหมายการลงทุนไว้ 4 ระยะ แต่ละระยะจะมีเป้าหมายจ้างแรงงาน 2,500 คน และผลิตเสื้อให้ได้ 6 ล้านตัว แต่ละโครงการมีแผนขยายงานใช้เวลา 2 ปี/เฟส ขณะนี้ดำเนินการมาแล้ว 2 ระยะ มีการจ้างงานไป 3,300 คน มีกำลังผลิต 5-6 แสนตัว/เดือน ส่วนโครงการระยะที่ 2 ที่จะเสร็จสิ้นในปี 2559 จะจ้างคนเต็มกำลัง และมีกำลังผลิต 2 ล้านตัว แต่โครงการได้รุดหน้าเร็วกว่าเป้าหมาย จึงเริ่มโครงการที่ 3 ซึ่งโครงการที่ 3 จะเพิ่มแรงงานอีก 3,000 คน และกำลังผลิต 6 ล้านตัว โดยจะเริ่มสร้างโรงงานใปลายปี 2558 หรือต้นปี 2559
“เราได้รับการสนับสนุนในหลายหน่วยงาน ออกญาลี ยอง พัด ที่สนับสนุนให้เราดำเนินการราบรื่น และวัน สต็อป เซอร์วิส ทำให้การดำเนินการราบรื่นแล้วในหลายด้าน ทั้งด้านการให้บริการแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งจากนิคมอุตสาหกรรมเกาะกง กรมศุลกากร สรรพากร แรงงาน ทุกหน่วยงานได้รับความร่วมมือตลอด ซึ่งสินค้าจะส่งเข้าประเทศไทยผ่าน จ.ตราด และส่งไปขายต่างประเทศผ่านทางท่าเรือแหลมฉบัง และบางส่วนส่งไปที่ท่าเรือสีหนุวิลล์ ซึ่งสะดวกทั้งสองจุด”







