posttoday
Omotenashi Shikoku 13

Omotenashi Shikoku 13

25 ตุลาคม 2558

มาว่าเรื่องเกลือกันต่อครับ หลังจากน้ำทะเลเข้มข้มเริ่มจับตัวเป็นเกล็ดเกลือแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะค่อยๆ เอาเกรียงปาด

มาว่าเรื่องเกลือกันต่อครับ หลังจากน้ำทะเลเข้มข้มเริ่มจับตัวเป็นเกล็ดเกลือแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะค่อยๆ เอาเกรียงปาดแล้วรวบรวมลงใส่ภาชนะ จากนั้นก็ถึงขั้นตอนสำคัญ คุณโยชิดะบอกว่าการจะทำให้เกล็ดเกลือกลายร่างเป็นเกลือที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ต้องใช้เครื่องมือไฮเทคที่อยู่ในอาคารหลังสุดท้าย ว่าแล้วแกก็พาพวกเราเดินไปยังอาคารหลังที่ว่า แต่นแต๊น! และแล้วเครื่องมือไฮเทคก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า ต้องใช้คำว่า มุขแกเหลือร้าย ขำกันขี้แตกขี้แตน ผมจินตนาการว่าจะต้องเจอเครื่องจักรทันสมัยตามสไตล์ญี่ปุ่น แต่ที่เห็นกลับเป็นเครื่องซักผ้ารุ่นเปิดฝาด้านบนครับ คุณโยชิดะดูภาคภูมิใจมากที่อำพวกเราได้เป็นผลสำเร็จ พอหายขำกันแล้ว แกก็สาธิตด้วยการนำเกล็ดเกลือที่ยังเปียกชื้นอยู่ใส่ลงในถุงผ้ามัดปากถุงให้แน่น แล้วโยนลงในถังเพื่อปั่นแห้ง ระหว่างที่ปั่นอยู่นั้นแกก็พาไปดูตรงท่อน้ำทิ้งเห็นมีของเหลวข้นๆ ไหลออกมา แต่ไม่ได้ทิ้งลงพื้นนะครับ มีถังรองรับของเหลวหน้าตาคล้ายโคลนอยู่ ตอนแรกคิดไปว่าแกคงจะอธิบายเรื่องการรักษ์โลก แต่ไม่ใช่ คุณโยชิดะบอกว่า โคลนเกลือนี่มีประโยชน์สุดๆ เดี๋ยวจะสาธิตให้ดู ว่าแล้วก็พาพวกเราออกไปที่ลานด้านนอกริมทะเล

Omotenashi Shikoku 13

 

คุณโยชิดะแยกเอาเกลือในถุงผ้าที่ปั่นจนแห้งแล้วเทลงในกล่องพลาสติกเพื่อทิ้งให้แห้งดี ระหว่างนั้นก็เอาโคลนเกลือในถังให้พวกเราลองทาหลังมือจนทั่ว ทิ้งไว้สักพักแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำเปล่า ไม่น่าเชื่อว่าหลังมือที่ทาเกลือจะนุ่มเนียนเหมือนแก้มเด็กเลย สาวๆ นี่ตื่นเต้นกันมาก จากนั้นก็มาถึงขั้นตอนการสาธิตกับใบหน้า ซึ่งต้องการอาสาสมัคร ปรากฏว่าสาวๆ ไม่ยอมเลยสักคน อาจจะเพราะไม่อยากแต่งหน้ากันใหม่หรือไม่มีใครยอมรับว่าหน้าตัวเองไม่นุ่มเนียนก็ไม่ทราบได้ ภารกิจจึงไปตกอยู่กับหนุ่มต่างชาติ 2 คน ที่ไม่ใช่ผม และแล้วความสนุกก็บังเกิดขึ้น สาวๆ ที่ปฏิเสธการพอกหน้าตัวเองต่างมารุมพอกหน้าให้ 2 หนุ่มอย่างสนุกสนานและเมามัน หลังจากพอกทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออกด้วยน้ำ ทั้งสองหนุ่มถึงกับเอ่ยปากว่า รู้สึกสะอาดหน้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนและที่สำคัญคือหน้านุ่มมาก ลูบแล้วยังไม่เชื่อในสัมผัสเลยว่านี่คือหน้าของตัวเอง ผมลองไปสืบค้นคุณสมบัติของเกลือเพื่อประกอบความเข้าใจว่า ทำไมเอาโคลนเกลือมาทาผิวแล้วมันถึงนุ่ม เกือบทุกตำราให้ข้อมูลตรงกันว่า เกลือมีคุณสมบัติในการเปิดรูขุมขน ผลัดเซลล์เก่า สร้างเสริมเซลล์ใหม่ ลดรอยคล้ำหรือรอยด่างดำ ทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้นมีน้ำมีนวล จำได้ว่าตอนไปแช่น้ำใน Dead Sea ที่จอร์แดน หรือ Blue Lagoon ที่ไอซ์แลนด์ ก็เจอโคลนเกลือที่มีคุณสมบัติคล้ายกัน ถึงแม้ว่าที่มาของเกลืออาจจะต่างกันไปบ้างเพราะเป็นคนละชนิดคนละภูมิประเทศ แต่ยังจำความรู้สึกหลังพอกโคลนได้ว่าผิวลื่นละมุนมากไม่ต่างจากการพอกที่นี่ เสียดายที่คุณโยชิดะไม่มีภาชนะให้ใส่โคลนเกลือกลับบ้าน ไม่อย่างนั้นคงได้ของฝากชั้นดีไปฝากศรีภรรยาแล้ว

Omotenashi Shikoku 13

 

ล้างหน้าล้างตากันเสร็จ คุณโยชิดะก็เอาของว่างมาให้ลองทานกัน เป็นส้มผ่าครึ่งกับเกลือ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเกลือที่นี่จะอร่อยมาก มันอธิบายเป็นคำพูดยาก เอาเป็นว่ารสเค็มของเกลือที่นี่มันพอเหมาะพอดีจริงๆ ทานเปล่าๆ ก็ได้หรือทากับส้มแล้วทานก็อร่อย ผมคิดว่าประสาทสัมผัสการชิมมันไปรวบรวมประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมดในวันนี้ แล้วประมวลเป็นรสชาติตรงปลายลิ้น ที่ไม่ได้มีเพียงแค่ความเค็มของเกลือ แต่เป็นความอุตสาหะของการทำเกลือ จนได้รสชาติแห่งความภาคภูมิใจที่เกลืออื่นๆ ให้ไม่ได้ครับ

Omotenashi Shikoku 13

 

Omotenashi Shikoku 13

 

Omotenashi Shikoku 13

 

Omotenashi Shikoku 13

 

Omotenashi Shikoku 13

 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา