
ที่ดินเขตศก.กาญจนบุรี อีก 3 เดือนได้ข้อสรุป
ในฐานะประตูเศรษฐกิจการค้าภาคตะวันตก ซึ่งเชื่อมโยงการค้าในระดับสากลผ่านท่าเรือน้ำลึกทวายและแหลมฉบัง “กาญจนบุรี”
โดย...ปิยรัชต์ จงเจริญ
ในฐานะประตูเศรษฐกิจการค้าภาคตะวันตก ซึ่งเชื่อมโยงการค้าในระดับสากลผ่านท่าเรือน้ำลึกทวายและแหลมฉบัง “กาญจนบุรี” เป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 2 ที่จะได้รับการพัฒนา เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงทางด้านเศรษฐกิจ การค้าชายแดน การท่องเที่ยว การคมนาคมขนส่ง และระบบโลจิสติกส์กับสหภาพเมียนมาและสามารถเชื่อมโยงการส่งออกสินค้าไปยังอินเดียและประเทศในทวีปยุโรปอีกด้วย
ศักดิ์ สมบุญโต ผวจ.กาญจนบุรี เล่าถึงการเตรียมจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ และการกำหนดผังการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้างศูนย์ราชการชายแดนบ้านพุน้ำร้อน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ว่า อยู่ระหว่างขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินราชพัสดุและที่ทหารกว่า 8,000 ไร่ ซึ่งคาดว่ามีความเหมาะสมตามที่ได้ศึกษา ได้แก่ ต.บ้านเก่า และ ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
ผวจ.กาญจนบุรี บอกว่า ได้รวบรวมข้อมูลของทุกหน่วยงานในการขอใช้ที่ดินเพื่อนำไปชี้แจงถึงความจำเป็นและความเหมาะสมในการใช้พื้นที่ เพื่อกำหนดโครงสร้างต่างๆ ทั้งสาธารณูปโภคให้เหมาะสมต่อการที่จะให้บริการแก่ประชาชน รวมถึงความพร้อมในด้านต่างๆ ที่จะรองรับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ
“คาดว่าจะใช้ระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน ในการรวบรวมข้อมูลทุกด้านเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในการพิจารณาสั่งการต่อไป” ผวจ.กาญจนบุรี กล่าว
ด้าน ธีรชัย ชุติมันต์ ประธานหอการค้ากาญจนบุรี กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลเดินหน้าผลักดันโครงใหญ่ๆ หลายโครงการ อาทิ โครงการทวายเขตเศรษฐกิจพิเศษ โครงการรถไฟทางคู่-ความเร็วสูงสายแหลมฉบัง-กรุงเทพฯ-กาญจนบุรี-พุน้ำร้อน โครงการมอเตอร์เวย์ (ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางใหญ่-กาญจนบุรี) และยกระดับด่านเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี เป็นด่านถาวร เป็นการเพิ่มศักยภาพในการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของ จ.กาญจนบุรี และจังหวัดใกล้เคียง เชื่อมท่าเรือน้ำลึกทวายและท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของทั้งสองท่าเรือเชื่อมเข้าหากัน โดยมี จ.กาญจนบุรี เป็นประตู
“หากโครงการดังกล่าวสำเร็จเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจของ จ.กาญจนบุรี จะเติบโตมากกว่านี้ และมีตัวเลขการค้าชายแดนพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว สำหรับในเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษอยากให้รัฐบาลเร่งเข้ามาจัดการเรื่องของที่ดิน เนื่องจากที่ดินใน จ.กาญจนบุรี ส่วนใหญ่เป็นที่ดินของรัฐ บางส่วนที่เอกชนครอบครองอยู่ก็ไม่มีเอกสารสิทธิ รวมถึงในเรื่องของสิทธิประโยชน์ในด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดแรงจูงใจ หากเร่งให้เกิดความชัดเจนในทุกๆ ด้าน ก็จะสามารถดึงดูดให้นักลงทุนกล้าตัดสินใจเข้ามาลงทุนได้”
นอกจากนี้ ประธานหอการค้ากาญจนบุรี ยังมองว่า ในระยะเฉพาะหน้าสมควรที่จะเร่งโครงการปรับปรุงและขยายเส้นทางสายหลัก เช่น ถนนสายทองผาภูมิ–สังขละบุรี ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นเพื่อให้มีความพร้อมมากที่สุด จะได้ไม่เกิดเป็นปัญหาต่อการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ







