posttoday
สหรัฐประเมินเฟดให้เกรด 'ซี' ทำตลาดงง 'ขึ้น-ไม่ขึ้นดอกเบี้ย'

สหรัฐประเมินเฟดให้เกรด 'ซี' ทำตลาดงง 'ขึ้น-ไม่ขึ้นดอกเบี้ย'

15 ตุลาคม 2558

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ท่าทีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงเป็นที่จับตามองจากบรรดานักลงทุน ซึ่งท่าทีดังกล่าวของเฟด ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อค่าเงินและตลาดหุ้นกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่างหนัก

ซีเอ็นเอ็นมันนี่ เปิดเผยผลสำรวจนักลงทุนสหรัฐ 1,000 ราย ต่างไม่พอใจกับผลงานของ เจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด โดย 42% ของบรรดานักลงทุนให้เกรดซี กับการทำงานของเฟด และ 25% ให้เกรดดีหรือเอฟ โดยให้เหตุผลว่าเฟดอ้างว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาเป็นระยะเวลานาน แต่ทว่าจนถึงในขณะนี้ยังไม่เห็นวี่แววว่าเฟดจะทำตามที่อ้าง ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อการลงทุน และเกิดความผันผวนในตลาด ตลอดไปจนถึงยังฉุดความมั่นใจของนักลงทุนอย่างมาก

นอกจากนี้ ผลสำรวจดังกล่าวยังระบุว่า 25% ของนักลงทุนเรียกร้องให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟดที่จะถึงนี้ ในวันที่ 27-28 ต.ค. ในขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย ทั้งในเดือน ต.ค. และ ธ.ค.

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์จากบรรดานักลงทุนว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.นี้ 27% เดือน ม.ค. 23% และในเดือน มี.ค. 19%

ก่อนหน้านี้ ในที่ประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่างมาเลเซีย เยอรมนี ปารากวัย ต่างเรียกร้องให้เฟดเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยโดยเร็ว เพื่อลดความผันผวนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น หลังจากที่มีการคาดการณ์ว่าเฟดอาจชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปอีกจากการประชุมเดือน ต.ค.

สอดคล้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดหลายราย อาทิ วิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก เดนนิส ล็อกฮาร์ท ประธานเฟดสาขาแอตแลนติก เจฟฟรีย์ แลคเกอร์ ประธานเฟดสาขาริชมอนด์ เจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ และสแตนลีย์ ฟิชเชอร์ รองผู้ว่าการเฟด ที่ต้องการให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปี 2015 หรือเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่การตัดสินใจดังกล่าวไม่ควรกระทำในเวลาที่
ไม่เหมาะสมต่อเศรษฐกิจสหรัฐ

อย่างไรก็ดี ความต้องการให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยของเจ้าหน้าที่เฟดหลายราย ดูจะสวนทางกับความต้องการของ ดาเนียล ทารุลโล หนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) ที่ออกโรงเตือนล่าสุด ว่า เฟดยังไม่ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ เนื่องจากสภาพทางเศรษฐกิจของสหรัฐในขณะนี้ ไม่เหมาะสมสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ประกอบกับ ลาเอล เบรนนาร์ด อีกหนึ่งสมาชิกเอฟโอเอ็มซี ที่เน้นย้ำว่าเฟดควรชะลอการตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยออกไปก่อน จนกว่าเศรษฐกิจจีนและความเสี่ยงจากเศรษฐกิจระหว่างประเทศจะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ

สอดคล้องกับทางด้าน หลอจี้เหว่ย รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของจีน ระบุว่า เฟดยังไม่ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังไม่ปรับตัวดีขึ้น

ทั้งนี้ ท่าทีที่ไม่แน่นอนของเฟดส่งผลกระทบต่อค่าเงินหลายสกุล โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าเงินของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่างอินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน

วันเดียวกัน เอเอฟพี รายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง สวนทางกับค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นถึง 119.68 เยน/เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นผลมาจากท่าทีของเฟดที่ส่งผลให้บรรดานักลงทุนต่างหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าอย่างเงินเยน ประกอบกับความผันผวนของราคาน้ำมัน และความกังวลต่อเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว

อาคิระ โมโรกะ ผู้จัดการด้านค่าเงินของธนาคารโอโซระของญี่ปุ่น ระบุว่า สกุลเงินที่นักลงทุนให้ความสนใจมากที่สุด ได้แก่ เงินเยน รองลงมาคือ ยูโร และเหรียญสหรัฐ ตามลำดับ โดยค่าเงินเยนอยู่ที่ 136.26 เยน/ยูโร

นอกจากนี้ ค่าเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียแข็งค่าขึ้น 0.17% ค่าเงินวอนของเกาหลีใต้แข็งค่าขึ้น 0.10% ค่าเงินเหรียญไต้หวันแข็งค่าขึ้น 0.27% และค่าเงินเหรียญสิงคโปร์แข็งค่าขึ้น 0.60%

สวนทางกับค่าเงินเหรียญออสเตรเลียที่อ่อนค่าลง 0.21% ค่าเงินริงกิตของมาเลเซียอ่อนค่าลง 1% และค่าเงินเปโซของฟิลิปปินส์ก็อ่อนค่าลงเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา