
บอนด์มังกรพุ่งหวังจีนกระตุ้น
บอนด์จีนฮอต หวังหั่นดอกเบี้ย-สำรองพาณิชย์ กระตุ้นเศรษฐกิจ หลังเงินเฟ้อต่ำ
บอนด์จีนฮอต หวังหั่นดอกเบี้ย-สำรองพาณิชย์ กระตุ้นเศรษฐกิจ หลังเงินเฟ้อต่ำ
กระทรวงการคลังจีนออกพันธบัตรรัฐบาลระยะเวลา 10 ปี เป็นมูลค่าทั้งหมด 2.8 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.56 แสนล้านบาท) ด้วยผลตอบแทน 2.99% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2008 รวมถึงยังน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ของบลูมเบิร์กคาดการณ์ไว้ที่ 3.1%
ซูหยู่ฮ่อง นักวิเคราะห์ธนาคารแบงก์ ออฟ คอมมิวนิเคชั่น ในเซี่ยงไฮ้ เปิดเผยว่า ตลาดพันธบัตรของจีนกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อของจีนที่ปรับตัวลงในเดือน ก.ย. ส่งผลให้นักลงทุนต่างคาดการณ์การออกใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม
ก่อนหน้านี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อจีนขยายตัวต่ำในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) เดือน ก.ย. ปรับตัวขึ้น 1.6% น้อยกว่าเดือน ส.ค. ที่อยู่ที่ 2.0% ในขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตที่ติดตามการผลิตของโรงงานก็ปรับลง 5.9% ลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 43
ภายหลังจากการเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อของจีน ตลาดหลักทรัพย์ทั่วเอเชียก็ตกลงไป โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีน ปรับตัวลง 0.93% ปิดตลาดที่ 3,262.44 จุด ในขณะที่ดัชนีนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่น ปรับตัวลง 1.89% ปิดตลาดที่ 17,891.00 จุด และดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกง ปรับลง 0.71% ปิดตลาดที่ 22,439.91 จุด
ขณะเดียวกัน ธนาคารออสเตรเลีย แอนด์ นิวซีแลนด์ (เอเอ็นซี) เปิดเผยผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ ว่า จีนจะปรับลดอัตราเงินทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์ (อาร์อาร์อาร์) ลงอีกราว 0.50% ในช่วงไตรมาส 4 และยังปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก หากอัตราเงินเฟ้อดังกล่าวปรับตัวลงไปอีก
การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยถึง 5 ครั้ง นับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2014 และยังปรับลดสัดส่วนอาร์อาร์อาร์ลงอีกหลายครั้ง เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง โดยการนำเข้าของจีนปรับตัวลง 20% เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 11
ขณะเดียวกัน การคาดการณ์ว่าจีนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ยังส่งผลให้วันที่ 14 ต.ค. ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลง 0.06% เป็น 6.3470 หยวน/เหรียญสหรัฐ เมื่อเวลา 10.18 น. ตามเวลาท้องถิ่นเซี่ยงไฮ้ ทำให้วันที่ 13-14 ต.ค.ที่ผ่านมา เงินหยวนอ่อนค่าไปแล้ว 0.38% ซึ่งเป็นการอ่อนค่ารอบ 2 วันที่มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา
แบนนี แลม ผู้ช่วยฝ่ายวิจัยธนาคารในฮ่องกง เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อที่เปิดเผยออกมาล่าสุดนี้ จะเป็นปัจจัยกดดันค่าเงินหยวนให้อ่อนค่าลงในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ความผันผวนในระยะสั้นดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อความพยายามผลักดันค่าเงินหยวนให้เป็นเงินสกุลหลักของโลก
“พีบีโอซีจะปรับลดสัดส่วนเงินทุนสำรองและอัตราดอกเบี้ยลงอีก 2 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ” แลม กล่าว







