
เงินเฟ้อยุโรปร่วงลุ้นอีซีบีกระตุ้น
ยุโรปเตือนเงินเฟ้อวิกฤตชี้วัดอีซีบีจะกระตุ้นต่อไปหรือไม่ เงินเฟ้อเยอรมนี-ผู้ดีแย่หนัก
ยุโรปเตือนเงินเฟ้อวิกฤตชี้วัดอีซีบีจะกระตุ้นต่อไปหรือไม่ เงินเฟ้อเยอรมนี-ผู้ดีแย่หนัก
อีฟส์ เมิร์ส คณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เปิดเผยว่า ระดับเงินเฟ้อของกลุ่มยูโรโซนซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำมากนั้น จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าอีซีบีจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เข้มข้นมากขึ้นหรือไม่ หลังจากที่ระดับเงินเฟ้อของยูโรโซนนั้นอยู่ที่ระดับต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2.0% อย่างมาก
อย่างไรก็ตาม เมิร์ส ซึ่งกล่าวสุนทรพจน์ในระหว่างการเดินทางเยือนสิงคโปร์ ระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะพิจารณาได้ว่าในขณะนี้ปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตที่เชื่องช้าของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และการแข็งค่าของเงินยูโรในระยะนี้นั้นจะส่งผลกระทบทำให้ดัชนีราคาของยูโรโซนหรือไม่
สำหรับท่าทีของเมิร์สนั้นมีขึ้นก่อนที่อีซีบีจะเปิดการประชุมนโยบายขึ้นในวันที่ 22 ต.ค.นี้ โดยมีการคาดการณ์ว่าอีซีบีน่าจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายทางการเงินแบบผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี) ผ่านการซื้อคืนพันธบัตรต่อไปเพื่อผลักดันให้ระดับเงินเฟ้อของอีซีบีถึงเป้าที่ 2.0% ให้ได้ ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ อีซีบีใช้นโยบายคิวอีเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ภายใต้แผนของธนาคารเพื่อซื้อพันธบัตรมูลค่ามากถึง 1.1 ล้านล้านยูโร (1.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ) ในอัตรา 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน จนถึงเดือน ก.ย.ในปีหน้า
ขณะเดียวกันเยอรมนีประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป เป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบภาวะอัตราเงินเฟ้ออ่อนตัวลงอย่างหนักนั้น พบว่าในเดือน ก.ย.ล่าสุด ดัชนีราคาผู้บริโภคได้ปรับลดดลงไป
อยู่ที่ 0% อีกครั้งหนึ่งทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นได้ปรับขึ้นไปที่ 0.2% ในเดือน ส.ค.
ปัจจัยสำคัญที่ฉุดภาวะเงินเฟ้อของเยอรมนีนั้นเป็นผลมาจากราคาพลังงานที่ยังอยู่ในช่วงขาลง
ขณะเดียวกันทางด้านอังกฤษก็ประสบภาวะเงินเฟ้อที่ร่วงลงเช่นกัน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อประจำเดือน ก.ย.ได้ปรับลดลงไปอยู่ที่ -0.1% ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 0% และต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค. 1960 ทีเดียว
ทั้งนี้ ภาวะเงินเฟ้อประจำปีของอังกฤษได้เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ มาตั้งแต่เดือนก.พ. โดยอยู่ระหว่าง -0.1 ถึง +0.1 โดยที่ไม่มีสัญญาณของการฟื้นตัวที่น่าพอใจนัก
อย่างไรก็ตาม ภาวะเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจนั้นอาจจะทำให้ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ต้องใช้เวลาพิจารณาสถานการณ์อีกระยะหนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่







