posttoday

Omotenashi Shikoku 11

11 ตุลาคม 2558

จาก Garyu Sanso เราแวะทานอาหารกลางวันที่ร้านใกล้ๆ เป็นเมนูปลาไหลแบบง่ายๆ กันก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่จังหวัดโคจิ (Kochi) จังหวัดที่ใหญ่ที่สุดของเกาะชิโกกุ แต่กลับมีประชากรน้อยที่สุด ผมเชื่อว่าเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีคนไทยไปเที่ยวน้อยที่สุดด้วยเช่นกัน การจะเดินทางไปจังหวัดโคจินั้นต้องตั้งใจไป เพราะไม่ได้อยู่บนเส้นทางสายหลักของนักท่องเที่ยวไทย ไม่มีรถไฟชิงกังเซนผ่าน ไม่มีเที่ยวบินตรงไปถึง และไม่มีแหล่งท่องเที่ยวที่คุ้นหูคนไทย แต่สำหรับคนญี่ปุ่น จังหวัดโคจิในสามสี่ปีมานี้บูมมาก ตั้งแต่ละครอิงประวัติศาสตร์เรื่อง Ryomaden ของสถานีโทรทัศน์ NHK ออกฉายในปี 2010 ซึ่งพูดถึงตัวเอกสองท่าน คือ Sakamoto Ryoma และ Iwasaki Yataro ซามูไรจากแคว้นโทสะ (จังหวัดโคจิในปัจจุบัน) ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น จนระบอบโชกุนล่มสลาย ละคร Ryomaden ก่อให้เกิดกระแส Ryoma Fever ขึ้นทั่วญี่ปุ่น ตรงไหนที่เรียวมะไป ที่ไหนที่เรียวมะนอน ร้านไหนที่เรียวมะกิน ต่างได้รับอานิสงส์กันหมด และแน่นอนว่าจังหวัดโคจิที่เป็นบ้านเกิดของเรียวมะย่อมต้องได้ประโยชน์สูงสุดด้วยเช่นกัน

จาก Garyu Sanso เราแวะทานอาหารกลางวันที่ร้านใกล้ๆ เป็นเมนูปลาไหลแบบง่ายๆ กันก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่จังหวัดโคจิ (Kochi) จังหวัดที่ใหญ่ที่สุดของเกาะชิโกกุ แต่กลับมีประชากรน้อยที่สุด ผมเชื่อว่าเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีคนไทยไปเที่ยวน้อยที่สุดด้วยเช่นกัน การจะเดินทางไปจังหวัดโคจินั้นต้องตั้งใจไป เพราะไม่ได้อยู่บนเส้นทางสายหลักของนักท่องเที่ยวไทย ไม่มีรถไฟชิงกังเซนผ่าน ไม่มีเที่ยวบินตรงไปถึง และไม่มีแหล่งท่องเที่ยวที่คุ้นหูคนไทย แต่สำหรับคนญี่ปุ่น จังหวัดโคจิในสามสี่ปีมานี้บูมมาก ตั้งแต่ละครอิงประวัติศาสตร์เรื่อง Ryomaden ของสถานีโทรทัศน์ NHK ออกฉายในปี 2010 ซึ่งพูดถึงตัวเอกสองท่าน คือ Sakamoto Ryoma และ Iwasaki Yataro ซามูไรจากแคว้นโทสะ (จังหวัดโคจิในปัจจุบัน) ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น จนระบอบโชกุนล่มสลาย ละคร Ryomaden ก่อให้เกิดกระแส Ryoma Fever ขึ้นทั่วญี่ปุ่น ตรงไหนที่เรียวมะไป ที่ไหนที่เรียวมะนอน ร้านไหนที่เรียวมะกิน ต่างได้รับอานิสงส์กันหมด และแน่นอนว่าจังหวัดโคจิที่เป็นบ้านเกิดของเรียวมะย่อมต้องได้ประโยชน์สูงสุดด้วยเช่นกัน

สถานที่แรกที่เราแวะไปเที่ยวกัน เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ แม่น้ำชิมันโตะ (Shimanto) แวบแรกที่เห็นผมนึกถึงแม่น้ำแควน้อยสมัยที่ไปล่องแพช่วงปิดเทอมตอนเป็นนักเรียนขึ้นมาทันที ทัศนียภาพเหมือนกันมาก แม่น้ำชิมันโตะเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่ใสสะอาดที่สุดของญี่ปุ่น เพราะอยู่ห่างไกลจากชุมชน อีกทั้งประชากรของจังหวัดก็น้อย การสร้างมลภาวะให้กับแม่น้ำจึงต่ำมาก และยังเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในเกาะชิโกกุด้วย จึงก่อเกิดวิถีริมน้ำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์จากวิธีจับปลา เรียกว่า To-ami การเหวี่ยงแหเพื่อจับปลาอายุ และ Hiburi-Ryo การจับปลาอายุในยามค่ำ  โดยจุดคบเพลิงที่หัวเรือเพื่อทำให้ปลาตกใจ แล้วต้อนปลาให้หนีไปในทิศทางที่กางแหรอไว้

จากที่จอดรถเราต้องเดินเท้าลงเนินมาที่ท่าเรือ ไม่แปลกใจเลยที่แม่น้ำยังใสบริสุทธิ์อยู่ เพราะท่าเรือที่ว่าเป็นท่าเรือเล็กๆ มีพื้นที่ไม่มาก มีเรือจอดอยู่ 4-5 ลำ ลำหนึ่งนั่งได้ประมาณ 10-15 คน เราทยอยลงเรือเลือกที่นั่งตามชอบใจ นั่งพื้นกันนะครับ แต่มีโต๊ะกลางให้วางของหรือจะสั่งอาหารกล่อง (Obento) ล่วงหน้ามานั่งทานไปพลางชมวิวพลางก็เพลิดเพลินดี ทัศนียภาพสองข้างทางคล้ายกับการล่องแม่น้ำแควจริงๆ แต่ที่ต่างกันคือความเงียบสงบเสมือนมีแต่เรือของเราลำเดียวล่องลอยอยู่บนโลกใบนี้ ใครที่ชอบแสงสีและความพลุกพล่าน ลองมาสัมผัสบรรยากาศของแม่น้ำชิมันโตะดูครับ มันเหมือนการได้ชำระจิตใจโดยไม่ต้องไปนั่งสมาธิ แต่ใช้ความบริสุทธิ์ของธรรมชาติมาบำบัดแทน เราล่องเรือผ่านสะพานหลายแห่งที่มีลักษณะเรียบง่าย คือมีแค่ตอม่อกับพื้นสะพานเท่านั้น เรียกว่า Chinkabashi แปลว่า สะพานจมน้ำ ชื่อแปลกดี เลยถามคุณไกด์ได้ความว่า เวลาน้ำหลากระดับน้ำจะท่วมสูงและกระแสน้ำจะแรง การสร้างสะพานที่มีรายละเอียดมากจะเสียหายได้ง่าย เลยต้องสร้างสะพานแบบนี้เพื่อให้น้ำไหลผ่านได้สะดวก หากเกิดความเสียหายก็ซ่อมแซมง่ายและใช้งบประมาณไม่มากนัก ตลอดแม่น้ำมีทั้งสิ้น 47 สะพาน ถ้าน้ำพัดพังไปแค่ครึ่งเดียวก็ต้องเสียเงินซ่อมกันมหาศาล เลยต้องออกแบบสะพานที่เรียบง่าย แล้วแก้ปัญหาได้ดีอย่างนี้แหละครับ

ข่าวล่าสุด

CAAT คาดหลังสงกรานต์สายการบินทยอยปรับเที่ยวบิน รับต้นทุนพุ่ง