
รัสเซียรุกไม่เลิก ถล่ม "พัลไมรา" อัดไอเอส
รัสเซียส่งฝูงบินขับไล่ถล่มเป้าหมาย 40 จุดในเมืองพัลไมรา สังหารไอเอส 15 คน คลังแสง-รถหุ้มเกราะถูกทำลาย
รัสเซียส่งฝูงบินขับไล่ถล่มเป้าหมาย 40 จุดในเมืองพัลไมรา สังหารไอเอส 15 คน คลังแสง-รถหุ้มเกราะถูกทำลาย
ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งชี้ว่า รัสเซียจะพยายามยึดฐานที่มั่นของกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ที่มีความสำคัญในเชิงสัญลักษณ์ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และเป็นหมายหลักแห่งชัยชนะของฝ่ายรัฐบาลบาชาร์ อัลอัสซาด ที่รัสเซียให้การสนับสนุน ซึ่งเป้าหมายที่ว่านั้นน่าจะเป็นเมืองโบราณพัลไมรา ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของซีเรีย แต่ถูกกลุ่มไอเอสทำลายโบราณสถานสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยเหยื่อรายล่าสุด คือประตูชัยสมัยโรมัน อายุราว 2,000 ปี
แต่คล้อยหลังจากการทำลายประตูชัยแห่งพัลไมราได้เพียงวันเดียว ชัยชนะของไอเอสก็กลายเป็นฝันร้ายในทันที เมื่อรัสเซียส่งฝูงบินขับไล่ถล่มเป้าหมาย 40 จุดในเมืองโบราณดังกล่าว สังหารสมาชิกไอเอสไปถึง 15 คน รถหุ้มเกราะ 20 คัน และคลังแสงอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ รัสเซียยังส่งกำลังเข้าโจมตีฐานที่มั่นในเมืองรักกา รวมถึงฐานที่มั่นในเมืองอะเลปโป ซึ่งถูกยึดครองโดยฝ่ายไอเอสและฝ่ายต่อต้านรัฐบาล
ด้าน เยนส์ สโทลเทนแบร์ก เลขาธิการองค์การนาโต เปิดเผยผ่านหนังสือพิมพ์ดิ อินดิเพนเดนท์ของอังกฤษว่า ขณะนี้รัสเซียเริ่มจัดวางกำลังในซีเรียมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงกองกำลังภาคพื้นดิน และเชื่อว่ารัสเซียไม่ได้มีเป้าหมายที่จะถล่มไอเอส แต่มุ่งที่จะจัดการกับกลุ่มอื่น แต่สโทลเทนแบร์กไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นกองกำลังของกลุ่มใด
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ยืนยันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า จะไม่ส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าประจำการในซีเรีย หรือในดินแดนใดๆ ในขณะนี้
ขณะเดียวกันการปรากฏตัวของกองกำลังรัสเซียในซีเรียเริ่มกลายเป็นปัญหากระทบกระทั่งกับตุรกี ซึ่งมีพรมแดนติดกับซีเรียและยังเป็นสมาชิกของนาโต โดยวานนี้เครื่องบินขับไล่ของรัสเซียได้ลุกล้ำน่านฟ้าของตุรกีเป็นครั้งที่ 2 ในเวลา 2 วันติดกัน ทำให้ ประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป เอร์โดอาน แห่งตุรกีเตือนว่า การกระทำดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อสัมพันธไมตรีของทั้งสองประเทศ ขณะที่องค์การนาโตประณามการกระทำของรัสเซีย และเชื่อว่าอีกฝ่ายมีเจตนาที่จะรุกล้ำน่านฟ้าจริง







