
หั่นแนวโน้มเครดิตเอ็กซอน
เอสแอนด์พีหั่นแนวโน้มเครดิตสองบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ หลังราคาน้ำมันไร้อนาคต
เอสแอนด์พีหั่นแนวโน้มเครดิตสองบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ หลังราคาน้ำมันไร้อนาคต
บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของโลกกำลังประสบปัญหาหนักในระยะยาว จากผลกระทบของราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ บริษัทจัดอันดับเครดิตชื่อดังได้ปรับลดแนวโน้มของบริษัท เอ็กซอนโมบิล คอร์ป และเชฟรอน กรุ๊ป เป็นติดลบหรือเนกาทีฟ ภายหลังจากที่การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันกำลังส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของทั้งสองบริษัท
อย่างไรก็ตาม เอ็กซอนยังสามารถรักษาอันดับเครดิตไว้ที่ AAA ไว้ได้ โดยเอ็กซอนถือเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐเพียง 1 ใน 3 บริษัทที่ได้รับเครดิตที่ AAA โดยอีกสองบริษัท คือ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และไมโครซอฟท์ คอร์ป ซึ่งบลูมเบิร์กรายงานว่าเอ็กซอนได้รับเครดิต AAA จากสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ มาตั้งแต่ปี 1985 ทีเดียว
ขณะที่เชฟรอนนั้นก็ยังคงรักษาเครดิตเอาไว้ได้ที่ AA มาตั้งแต่เดือน ก.ค. 1987 แต่อย่างไรก็ตาม จากผลกระทบของราคาน้ำมันที่ดิ่งตัวลดลงนั้น ทำให้สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ได้ปรับลดแนวโน้มเครดิตของทั้งสองบริษัทลงสู่การติดลบดังกล่าว ซึ่งหมายความว่ามีโอกาสที่ทั้งสองบริษัทนั้นจะถูกหั่นอันดับเครดิตลงได้ในอนาคต ถ้าหากสถานการณ์ยังคงย่ำแย่อยู่
“เอ็กซอนมีระดับหน้าที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเมื่อครั้งวิกฤตสินค้าโภคภัณฑ์ในปี 2009 ในขณะนี้ที่การผลิตน้ำมันยังคงมีมากและต้นทุนก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง” เอสแอนด์พี ระบุ
บริษัทพลังงานอื่นๆ ของสหรัฐที่ถูกลดอันดับเครดิตแล้วก็มีบริษัท เชสสปีก เอนเนอร์ยี่ คอร์ป, เดนเบอร์รี รีซอร์ส และวิติง ปิโตรเลียม
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันในตลาดโลกนั้นได้ร่วงลงมาถึง 58% นับตั้งแต่ทำจุดสูงสุดเมื่อปีที่แล้ว โดยล่าสุดราคาอยู่ระดับที่ราวๆ 45 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
ขณะเดียวกันบลูมเบิร์กรายงานด้วยว่า บรรดากองทุนบริหารความเสี่ยงหรือเฮดจ์ฟันด์นั้นปรับลดความเสี่ยงจากตลาดน้ำมันลงแล้วเป็นครั้งแรกในรอบ 6 สัปดาห์ โดยเริ่มที่จะเห็นว่าราคาน้ำมันไม่น่าจะมีโอกาสฟื้นตัวกลับมาได้ ภายหลังจากที่รัสเซียผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่นอกกลุ่มโอเปกได้แสดงท่าทีที่จะไม่ลดกำลังการผลิตต่อไป อีกทั้งรัสเซียยังมีการผลิตน้ำมันมากที่สุดนับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียตเลยทีเดียว
ทั้งนี้ บลูมเบิร์กระบุว่า นักลงทุนได้ลดท่าทีระยะยาว หรือ “เน็ต-ลอง โพซิชั่น” ในตลาดน้ำมันเวสต์เทกซัสลงราว 9.1% ในสัปดาห์ล่าสุดสิ้นสุดเมื่อวันที่ 29 ก.ย. อีกทั้งยังพบว่ามีนักลงทุนที่ถอนออกจากกองทุนน้ำมันในสหรัฐในช่วงเดือน ก.ย. แล้วคิดเป็นมูลค่ารวม 393 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นการถอนการลงทุนออกครั้งที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย.ด้วย
รายงานระบุว่า ปริมาณการผลิตของรัสเซียนั้นได้เพิ่มมากขึ้นหลังจากที่ค่าเงินรูเบิลได้อ่อนตัวลง โดยปริมาณการผลิตนั้นอยู่ที่ 10.74 ล้านบาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 1% นอกจากนั้นราคาน้ำมันยังต้องประสบกับปัจจัยลบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอีกด้วย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความต้องการน้ำมันจากจีน
อย่างรุนแรง







