
สลดฮัจญ์เหยียบกัน 717 ศพ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
เกิดเหตุวุ่นวายระหว่างการประกอบพิธีฮัจญ์ใกล้นครเมกกะ จนเป็นเหตุให้มีผู้แสวงบุญเสียชีวิตหลายร้อยราย ถือเป็นเหตุการณ์เหยียบกันตายที่มีขึ้นในรอบ 10 ปี และเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ
ผู้แสวงบุญเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้
สื่อต่างประเทศต่างรายงานด่วนเมื่อช่วงเย็นวานนี้ว่า เกิดเหตุเหยียบกันตายระหว่างการประกอบพิธีฮัจญ์ เป็นเหตุให้มีผู้แสวงบุญเสียชีวิตถึง 717 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 863 คน ถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งที่ 2 ที่เกิดกับบรรดาผู้แสวงบุญในปีนี้
หน่วยงานป้องกันพลเรือนซาอุดิอาระเบีย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดระหว่างการต่อแถวเพื่อไปประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์บริเวณทุ่งในเมืองมีนา ห่างจากนครเมกกะซึ่งเป็นที่ตั้งของมัสยิดศักดิ์สิทธิ์ไป 5 กม. โดยบริเวณดังกล่าวเป็นที่ตั้งเต็นท์ของผู้แสวงบุญกว่า 1.6 แสนหลัง
“การนับจำนวนผู้เสียชีวิตยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และผู้เสียชีวิตได้เพิ่มเป็น 717 คน จากที่ประกาศในเบื้องต้นที่ 220 คน และเป็นคนจากหลายสัญชาติ” หน่วยงานป้องกันพลเรือนซาอุดิอาระเบีย ระบุ
นักข่าวของเอเอฟพีซึ่งอยู่ในพื้นที่ รายงานว่า เห็นเฮลิคอปเตอร์หลายลำบินตรวจการณ์เหนือพื้นที่ดังกล่าว อีกทั้งยังได้ยินเสียงไซเรนของรถพยาบาลหลาย 10 คัน ดังอย่างต่อเนื่อง
เหตุการณ์ความวุ่นวายดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างพิธีขว้างเสาหิน 3 แห่ง “จามารัตซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของซาตาน โดยมีผู้เข้าร่วมหลายแสนราย แต่ยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แน่ชัดของความวุ่นวายในครั้งนี้
ด้านหน่วยป้องกันพลเรือนซาอุดิอาระเบีย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นโศกนาฏกรรมการเหยียบกันตายที่ร้ายแรงที่สุดในรอบ 10 ปี
เมื่อเดือน ม.ค. 2006 มีรายงานเหตุการณ์การเหยียบกันตายระหว่างประกอบพิธีขว้างเสาหินในเมืองมีนามาแล้ว และเป็นเหตุให้มีผู้แสวงบุญเสียชีวิตถึง 717 คน
กรณีดังกล่าวยังมีขึ้นในวันอีดิลอัฎฮา ซึ่งถือเป็นวันฉลองที่มีการเชือดสัตว์และแจกจ่ายทานกันในหมู่ชาวมุสลิม ถือเป็นวันที่สำคัญที่สุดในปฏิทินทางศาสนาอิสลาม ขณะที่การประกอบพิธีฮัจญ์ถือเป็น 1 ใน 5 เสาหลักสำคัญซึ่งชาวมุสลิมควรทำอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงครั้งที่ 2 ของการประกอบพิธีฮัจญ์ในปีนี้ หลังจากที่เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์เครนยักษ์ล้มในมัสยิดศักดิ์สิทธิ์ในนครเมกกะ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 109 คน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้แสวงบุญชาวต่างชาติ
ก่อนหน้านี้การประกอบพิธีของผู้แสวงบุญมักเกิดเหตุการณ์แตกตื่นของฝูงชนจนมีผู้เสียชีวิตบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานเหตุการณ์ความวุ่นวายดังกล่าวเกือบ 10 ปี หลังจากมีการพัฒนาระบบความปลอดภัยในการประกอบพิธีฮัจญ์
ทั้งนี้ ผู้แสวงบุญจะประกอบพิธีขว้างเสาหินที่สะพานจามารัตซึ่งเป็นอาคารสูง 5 ชั้น มีเส้นทางยาวราว 1 กม. ที่สามารถจุผู้แสวงบุญได้ราว 3 แสนคน ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในอาคารได้ราว 1 ชั่วโมงเท่านั้น
ด้านสำนักข่าวของทางการซาอุดิอาระเบีย เปิดเผยว่า มีผู้แสวงบุญประกอบพิธีฮัญจ์ถึง 1,952,817 คน ในปีนี้ โดยในจำนวนนี้ 1.4 ล้านคน เป็นชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตามทางการซาอุดิอาระเบียยังไม่ระบุแน่ชัดว่าจะให้มีการประกอบพิธีดังกล่าวต่อไปจนถึงวันที่ 26 ก.ย. ตามแผนเดิมที่วางไว้หรือไม่
ในวันเดียวกัน การเฉลิมฉลองวันอีดิลอัฎฮายังเกิดเหตุรุนแรงขึ้นที่เยเมนเช่นกัน โดยเกิดเหตุระเบิดพลีชีพขึ้นทีมมัสยิดอัล บาลีลี ในกรุงซานา โดยมีเป้าหมายที่ผู้นับถือนิกายชีอะห์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 คน และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นระหว่างที่กลุ่มกบฏฮูธีซึ่งเข้าควบคุมกรุงซานาได้ก่อนหน้านี้กำลังประกอบพิธีทางศาสนาในมัสยิดดังกล่าว โดยกลุ่มฮูธีเป็นกลุ่มกบฏนิกายชีอะห์ที่สามารถยึดครองหลายพื้นที่ในเยเมนได้ รวมถึงเมืองหลวงกรุงซานา โดยได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
ล่าสุดยังไม่มีกลุ่มองค์กรใดอ้างความรับผิดชอบสำหรับการก่อเหตุอุกอาจในครั้งนี้ แต่เอเอฟพี ระบุว่า กรุงซานาของเยเมนถือเป็นเป้าหมายของปฏิบัติการวางระเบิดของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ซึ่งเป็นกลุ่มมุสลิมซุหนี่หัวรุนแรงจากซีเรียและอิรัก ซึ่งเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายอยู่ที่กลุ่มมุสลิมชีอะห์







