
ค้าชายแดนเชียงของขยาย 10% เร่งข้อตกลงขนส่ง 3 ชาติ
หลังการเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 มูลค่าการค้าผ่านด่านเชียงของ
โดย...ชินภัทร์ ไชยมล
หลังการเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 มูลค่าการค้าผ่านด่านเชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามแขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว ก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งนโยบายการพัฒนาพื้นที่ อ.เชียงของ เชียงแสน และแม่สาย จ.เชียงราย เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เชื่อมโยงทั้งลาวและเมียนมา โดยศูนย์กลางพื้นที่อุตสาหกรรมคาดว่าจะอยู่ในพื้นที่ อ.เชียงของ ก็ยิ่งทำให้ อ.เชียงของ ถูกจับตามองอย่างมาก ที่ผ่านมามีกลุ่มทุนทั้งไทยและจีนเข้ามาซื้อที่ดินเตรียมทำโครงการต่างๆ อาทิ ศูนย์กระจายสินค้า โรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งโรงแรมกันแล้วหลายราย ด้วยศักยภาพที่ตั้งของ อ.เชียงของ ซึ่งจะเป็นประตูเชื่อมโยงสำคัญกับประเทศลาวไปจนถึงจีนตอนใต้ ผ่านเส้นทางที่เรียกว่า อาร์ 3 เอ
ปัจจุบันกลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนที่นิยมเดินทางด้วยรถยนต์ ก็จะเข้าสู่ประเทศไทยผ่านทาง อ.เชียงของ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมากขึ้น
ด่านศุลกากรเชียงของมีหน้าที่รับผิดชอบและกำกับดูแลพื้นที่ชายแดนที่ติดต่อกับประเทศลาว แขวงบ่อแก้ว และแขวงไซยะบุรี ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศตามแนวชายแดนทางพื้นดินและแนวเขตชายแดนที่เป็นลำน้ำโขง ครอบคลุมพื้นที่ อ.เชียงของ เวียงแก่น ขุนตาล เทิง จ.เชียงราย พื้นที่ อ.เชียงคำ และภูซาง จ.พะเยา ในอดีตก่อนที่จะมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 การคมนาคมขนส่งจะต้องใช้การขนส่งโดยเรือแพขนานยนต์ข้ามแม่น้ำโขง แต่ด้วยการพัฒนาอย่างรวดเร็วของระบบโลจิสติกส์ รองรับการนำเข้าและการส่งออก จึงได้มีการสร้างสะพานมิตรภาพ 4 เชียงของ-ห้วยทราย เพื่อเป็นการเชื่อมโยงด้านการคมนาคมขนส่งและรองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
สมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า การขยายตัวของการนำเข้าส่งออกที่ด่านศุลกากรเชียงของจากสถิติตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา มูลค่าการนำเข้าและส่งออกเพิ่มขึ้นถึง 10% ต่อปี และในปี 2558 ขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่า 11% ซึ่งถือว่ามีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมศุลกากรจึงจัดสรรงบประมาณกว่า 375 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการด่านศุลกากรเชียงของแห่งใหม่ เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจชายแดน และเปิดใช้อาคารใหม่ไปเมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญที่จะต้องหาทางแก้ไข คือความสะดวกในการขนส่งสินค้า เนื่องจากปัจจุบันต้องถ่ายสินค้าจากรถของประเทศหนึ่งไปยังรถของอีกประเทศหนึ่งบริเวณชายแดน ทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่าย
ในการขนส่งสูงขึ้น ซึ่งประเทศไทย ลาว และจีน ได้พยายามเร่งผลักดันจากจัดทำบันทึกความเข้าใจ 3 ฝ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมขนส่งข้ามพรมแดนบนเส้นทางอาร์ 3 เอ โดยเร่งการให้สัตยาบันพิธีสารแนบท้ายความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS CBTA) ซึ่งคาดว่าจะบรรลุข้อตกลงได้ในเร็วๆ นี้
หากการลงนามดังกล่าวลุล่วง หลายฝ่ายคาดว่าจะเอื้อประโยชน์ต่อการค้าชายแดน การลงทุนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย รวมทั้งการท่องเที่ยวให้ขยายตัวมากขึ้นไปอีก







