posttoday
การผลิตจีนดิ่งตัวแรงสุดใน 6 ปี

การผลิตจีนดิ่งตัวแรงสุดใน 6 ปี

24 กันยายน 2558

เศรษฐกิจจีนร้าวลึก ดัชนีภาคการผลิตปรับลดต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี ฉุดตลาดหุ้นเอเชีย และประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ดิ่งตัวลงกันระเนระนาด

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

เศรษฐกิจจีนร้าวลึก ดัชนีภาคการผลิตปรับลดต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี ฉุดตลาดหุ้นเอเชีย และประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ดิ่งตัวลงกันระเนระนาด

ทางการจีนได้เปิดเผยดัชนีพีเอ็มไอภาคการผลิตเมื่อวานนี้ประจำเดือน ก.ย. ปรากฏว่าปรับตัวลดลงไปอยู่ที่ 47.0 จุด ต่ำกว่าในเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 47.3 จุด และยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 47.5 จุด ถือว่าเป็นการถดถอยของภาคการผลิตอย่างต่อเนื่องและแตะจุดต่ำสุดในรอบ 6 ปีครึ่ง นับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2009 อีกด้วย

ตัวเลขเศรษฐกิจที่ปรากฏออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์อย่างต่อเนื่องนั้น ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขภาคการผลิต การส่งออก หรือการลงทุนในด้านต่างๆ นั้นจะยิ่งกลายเป็นอุปสรรคที่เศรษฐกิจจีนจะสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ภาครัฐจีนได้ตั้งเป้าไว้ที่ 7% ได้ยากมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามในระหว่างการเดินทางเยือนสหรัฐ ของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง แห่งจีน ล่าสุดนั้น ผู้นำจีนยังยืนยันว่าเศรษฐกิจจีนจะยังสามารถรักษาระดับการเติบโตในระดับกลางถึงระดับสูงไว้ได้อย่างแน่นอนในปีนี้

เกรซ อึ้ง นักเศรษฐศาสตร์ของเจ.พี.มอร์แกน เชส แอนด์ โค ระบุในรายงานว่า จากการผลิตส่วนเกินที่เกิดขึ้นในหลายภาคอุตสาหกรรม ตลอดไปจนถึงความอ่อนแอของดีมานด์ภายในประเทศและต่างประเทศนั้นยังจะคงเป็นสิ่งท้าทายที่ภาคการผลิตของจีนจะต้องเผชิญหน้าต่อไป

การเปิดเผยตัวเลขดังกล่าวนี้ส่งผลลบต่อความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นจีนในทันที โดยเมื่อวานนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตได้ปิดตลาดลดลงไป 2.2% ไปปิดที่ 3,115.89 จุด ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงก็ปรับลดลงไป 2.3% ส่วนค่าเงินหยวนในการซื้อขายออฟชอร์นั้นก็อ่อนตัวลงมากที่สุดในรอบสัปดาห์ไปอยู่ที่ 6.4328 หยวน/เหรียญสหรัฐ

ขณะที่ดัชนีหุ้นเอ็มเอสซีไอตลาดเกิดใหม่นั้นปรับลดลง 1.5% ไปอยู่ที่ 795.85 จุด ที่ตลาดลอนดอนเมื่อเวลา 09.08 น. เมื่อวานนี้ แตะจุดต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย.ทีเดียว

มิลส์ เรมิงตัน หัวหน้าฝ่ายหลักทรัพย์ของธนาคารพีที บีเอ็นพี พารีบาส ซิเคียวริตี้ อินโดนีเซีย ให้ความเห็นว่า ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ปรากฏออกมานั้น แสดงให้เห็นถึงการชะลอตัวอย่างต่อเนื่องที่กำลังสร้างความวิตกกังวลอย่างยิ่ง และแน่นอนทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับลดลงไปด้วย

จูเลีย หวัง นักเศรษฐศาสตร์ของเอชเอสบีซี ในฮ่องกง กล่าวว่า พีเอ็มไอที่ดูอ่อนแอนั้นได้สะท้อนให้เห็นความต้องการสินค้าในต่าง ประเทศนั้นลดลง แต่หลังจากที่ภาครัฐจีนได้ออกมาตรการกระตุ้นหลายมาตรการในช่วงเดือนที่ผ่านมานั้น อาจจะทำให้ความต้องการภายในตลาดของจีนเองน่าจะมีเสถียรภาพขึ้นมาบ้าง และคาดว่าจีนอาจจะนำนโยบายอีกหลายอย่างมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และคาดว่าอาจจะมีการประกาศลดสัดส่วนการกันทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์ลงอีก 1.5% ด้วยเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ ทางการจีนก็ได้เปิดเผยตัวเลขการลงทุนในสินทรัพย์คงที่ ซึ่งมีอัตราการขยายตัวที่อ่อนแอมากที่สุดในรอบ 15 ปี ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ด้วย อันเป็นสัญญาณสำคัญของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีน ซึ่งล่าสุดนั้น เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ถึงกับแสดงความวิตกกังวลต่อสถานการณ์จีนในการแถลงหลังการประชุมนโยบายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เฟดตัดสินใจไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ด้วย

ขณะเดียวกัน ทางด้าน คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ออกโรงเตือนว่า ผลกระทบที่เกิดดขึ้นต่อเศรษฐกิจโลกจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนนั้นมีความรุนแรงกว่าที่คิดกันไว้มาก และอาจจะส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะภูมิภาคที่จีนมีปฏิสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจด้วย

ลาการ์ด กล่าวว่า ภาวะการชะลอตัวของจีนนั้นได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงมากกว่าที่ประเมินกันไว้ก่อนหน้านี้ และส่งผลกระทบทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกนั้นเชื่องช้าลงอย่างแน่นอน โดยขณะนี้ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดนั้นก็คือ ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง หลังจากที่การนำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์ของจีนหลายรายการมีปริมาณลดลงด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ การชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีนนั้นได้ส่งผลให้เกิดคำถามถึงศักยภาพในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของภาครัฐจีนไม่น้อย โดยลาการ์ด ชี้ว่า ภาวะการชะลอตัวในครั้งนี้ได้ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับลดลงแล้ว รวมไปถึงยังสร้างแรงกดดันให้กับประเทศอื่นๆ ที่ต้องพึ่งพาการส่งออก รวมไปถึงสร้างภาวะกดดันให้กับตลาดการเงินของประเทศเหล่านั้นอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน